UK 2017 #2 – SALISBURY, STONEHENGE & BATH

IMG_20170429_124744.jpg

วันนี้เป็นวันแรกของการเดินทาง สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือไปรับรถที่จองไว้ โดยปรกติจะมีรถตู้ของผู้ให้บริการเช่ารถมารับคนตาม Terminal   ไปที่ศูนย์บริการของตัวเอง เราก็แค่ต้องดูไว้ก่อนว่า  Terminal ที่เครื่องบินของเราไปลงจอดนั้น ต้องเดินไปที่จุดที่รถตู้จอดรอยังไง แค่นั้นเอง

P4290391.jpg

P4290395.jpg

ถ้าใครไม่ได้เตรียมซิมมา ก็สามารถกดซื้อซิมแบบ Prepaid ได้ที่ตู้ขายซิมอัตโนมัติในสนามบิน เท่าที่ดูราคาอยู่ระหว่าง 25-30 ปอนด์ ข้อดีคือได้เนทเยอะกว่าแพคเกจของ Sim2Fly
เทียบกันคร่าวๆ ของ Sim2Fly 899 บาท ได้เนท 4GB กับของ Three แถวบนสุด ราคา 30 ปอนด์ (ประมาณ 1,320 บาท) ได้เนท 12GB

Process การรับรถใช้เวลาเยอะเหมือนกัน พนักงานมีแค่สองสามคน แต่ละคิวใช้เวลาจัดการค่อนข้างเยอะอย่างเราเองยังใช้เวลาเป็นสิบนาทีเลย กว่าจะเรียบร้อย ดังนั้นอาจจะต้องเผื่อใจเผื่อเวลาสำหรับตรงนี้ไว้เหมือนกัน สมมติมาถึงจุดรับรถแล้วมีคิวด้านหน้าอยู่หลายคนนี่ทำใจได้เลยว่ารอโคตรนาน

เราจอง Audi A1 มา เป็นเกียร์ Auto Class ต่ำสุด แต่มาถึงแล้วไม่มีรถ พนักงานหารถอยู่นานสองนาน ตอนแรกถามว่าถ้าได้ Mini เอามั้ย เราก็บอกว่าโอเค แต่เค้าหารถมินิเกียร์ออโต้ไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องมาลงที่ Mercedes คันนี้ … บอกตรงๆว่าขึ้นไปนั่งแล้วทำอะไรไม่ถูก ไม่เคยขับรถหรูขนาดนี้มาก่อน เกียร์อยู่ตรงไหน ปุ่มอะไรต่างๆอยู่ตรงไหน หาไม่เจอสักอย่าง

หลังจากงมวิธีใช้รถอยู่สิบห้านาที เข้าเกียร์ได้ สตาร์ทรถได้ ดับเครื่องได้ เปิดไฟเลี้ยวติด ก็ได้เวลาออกเดินทางกันเสียที เป้าหมายแรกคือเมืองชื่อ Salisbury

P4290430.JPG

ในช่วงเวลานี้ ข้างทางจะมีทุ่งสีเหลืองเต็มไปหมด เจ้าต้นนี้คือ Rapeseed หรืออาจจะรู้จักกันมากกว่าในชื่อ Canola

ขับรถสบายๆ ผ่านไปสองชั่วโมง ก็ขับรถมาถึง Salisbury โดยเราจอดรถไว้ที่ Old Gorge Mall Car Park (https://goo.gl/maps/LRtksHxyVMU2)  ค่าบริการก็ตามรูป

DSC04806.jpg

ก่อนที่จะเข้าไปจุดหมายแรกของ Trip นี้นั่นก็คือ Salisbury Cathedral เราก็แวะทานแซนวิชด์กันที่ร้านโปรดของคนเขียนซะก่อน ไม่ได้ทานมาเป็นสิบปี คิดถึงมาก

P4290461.JPG
DSC04813DSC04817

ทางเดินไป Salisbury Cathedral หาไม่ยาก มีป้ายบอกทางตลอดแหละ

Salisbury Cathedral สร้างมาตั้งแต่ปี 1220 และสร้างเสร็จในเวลาเพียง 38 ปี ทำให้มหาวิหารแห่งนี้สร้างด้วยศิลปะเพียงแบบเดียวคือกอธิคของอังกฤษตอนต้น ต่างจากการสร้างวิหารที่อื่นๆ ที่มักจะใช้เวลานาน ทำให้มีศิลปะหลายแบบปะปนกันไปตามแนวศิลปะที่คนนิยมในช่วงเวลานั้นๆ ที่นี่ยังเป็นวิหารที่มียอดแหลมสูงที่สุดในอังกฤษอีกด้วย โดยมีความสูงถึง 123 เมตร

DSC04822-HDR.JPGDSC04834-HDR

Salisbury Cathedral นี้ยังเป็นที่เก็บ Magna Carta ซึ่งก็คือเอกสารกฎบัตรที่พระมหากษัตริย์เห็นชอบด้วยซึ่งเป็นต้นแบบของรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน โดยเจ้า Magna Carta นี้เป็นของแท้ดั้งเดิม และมีสภาพดีที่สุดในของดั้งเดิม 4 ชิ้นที่เหลืออยู่อีกด้วย

DSC04839-HDR.jpg

นอกจากนั้นแล้ว ที่นี่ยังมีทางเดินที่ติดกับมหาวิหาร ที่เรียกกันว่า Cloister ที่ใหญ่ที่สุดอีก
ถ้ามีเวลาเดินเล่นรอบๆชิลๆ จะดีมาก

DSC04858-HDRDSC04873-HDRDSC04884-HDR.jpg

ภายใจวิหารมีรูปปั้นหน้าตาน่ากลัว ไม่รู้ว่าพยายามจะสื่ออะไร

DSC04980-HDRDSC04990-HDRDSC05005-HDRDSC04973-HDR.JPGDSC04958-HDR.jpgDSC04914-HDR.jpg

จาก Salisbury ก็ได้เวลาเดินทางสู่จุดหมายถัดไปก็คือ Stonehenge

DSC05177-HDROLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Stonehenge อยู่ห่างจาก Salisbury แค่ 20 นาทีขับรถ พอจอดรถเรียบร้อย ก็ต้องเอาใบเสร็จที่ซื้อตั๋วล่วงหน้า ไปแลกเป็นตั๋วจริงอีกรอบ เวลาเปิดปิดกับราคาก็ตามรูป แต่ถ้าใครจองตั๋วล่วงหน้ามา ก็จะมีส่วนลดนิดหน่อย แต่ต้องเลือกเวลาเข้าชมเอาไว้เลย ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องส่วนลดมา walk-in ก็น่าจะโอเค

หลังจากได้ตั๋วแล้วก็จะสามารถไปขึ้นรถบัส เพื่อเข้าไปที่ตัว Stonehenge ได้

สิ่งที่ Amazing กว่า Stonehenge ที่นี่ก็คือน้องแกะ เวลาจะย้ายที่กินหญ้า มันจะเดินเข้าแถวเรียงหนึ่งกันโดยอัตโนมัติ คือไม่รู้ว่าฝึกสอนกันมายังไง

DSC05275.JPG

DSC05029DSC05060-HDR ดูผิวเผินก็เหมือนหินเรียงๆกันไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้ว Stonehenge มีที่มาที่ไปลึกซึ้งจนขี้เกียจอ่านกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่า เหล่านักวิชาการได้ตรวจอายุคาร์บอนที่หินแล้ว สามารถบอกได้ว่าไอ้พวกก้อนหินนี่ถูกเอามาตั้งแถวนี้ตั้งแต่ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล T_T แล้วก็ต่อเติมกันมาเรื่อยๆจนถึง 1,600 ปีก่อนคริสตกาล

เนื่องจากมันเก่ามาก เลยไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นข้อเขียน ที่จะบ่งบอกได้ว่าตัว Stonehenge เองนั้นถูกสร้างมาเพื่ออะไร แต่จากการขุดดินรอบๆขึ้นมา ก็เจอทั้งกระดูก ข้าวของเครื่องใช้ เหรียญและเงินตราของคนยุคต่างๆ ที่สามารถบอกได้ว่ามีคนอยู่แถวนี้ในช่วงไหนในประวัติศาสตร์บ้าง

ถ้าใครอยากอ่านละเอียด ก็ตามไปที่ http://www.english-heritage.org.uk/visit/places/stonehenge/history/ และ https://en.wikipedia.org/wiki/Stonehenge ต่อได้ตามสะดวก

DSC05246-HDR

หินก้อนนี้มีชื่อว่า Heel Stone ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของ Stonehenge เช่นกัน สูงขึ้นมาจากพื้นดินเกือบ 5 เมตร ในป้ายบอกว่าส่วนที่อยู่ใต้ดินนี่ยาวกว่าที่อยู่บนดินเสียอีก

ทางเดินชม Stonehenge ที่จัดไว้ให้จะมีระยะห่างจากตัวหินไม่เท่ากัน บางจุดใกล้มาก บางจุดไกลมาก และความสวยงามของมุมถ่ายรูปก็จะต่างกันไป โดยส่วนตัวชอบมุมนี้ที่สุด ซึ่งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามของจุดที่เข้ามาทีแรก คือเหมือนต้องเดินอ้อมมาด้านหลังนั่นแหละ ที่ชอบเพราะมันดูครบดี ไม่พังๆเหมือนมุมอื่น

DSC05251-HDR.JPG

หลังจากเสียเวลาเดินดูกองหินก้อนนี้อยู่สองชั่วโมง ! ก็ได้เวลาโบกมือลาเสียที จุดหมายถัดไปคือเมือง Bath ซึ่งต้องขับรถไปอีกประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาไปชั่วโมงกว่า มีหลงทางตอนหาทางเข้าที่จอดรถไปบ้างเล็กน้อย

OLYMPUS DIGITAL CAMERAP4290625.JPG

ที่จอดรถที่เราเข้าใช้บริการคือ Charlotte Street Car Park (https://goo.gl/maps/15moHknVVbm) ซึ่งมีค่าบริการตามนี้  ต้องเตือนไว้อย่างนึงว่าเครื่องหยอดเหรียญไม่รับธนบัตร ดังนั้นต้องเตรียมเหรียญไว้ล่วงหน้า ไม่งั้นเสร็จแน่ๆ

เราไม่รู้ไง ไปถึงแล้ว อ้าวชิบหาย ซวยแล้ว มีเหรียญไม่พอค่าจอด (4 ชม. 5.4 ปอนด์) จะขอแลกเหรียญกับคนที่มาจอดเหมือนกันก็ไม่มีใครมีเลย เดินหาตู้ที่รับแบงค์ก็ไม่มี .. ทำไงล่ะทีนี้
สุดท้ายคือโชคดี ที่เห็นป้ายสีเขียวๆนี่แหละ บอกว่าหลัง 6 โมงเย็นค่าจอดมันแค่ 1.5 ปอนด์ ก็เลยยืนรอไปอีกสิบนาที แล้วค่อยหยอดตังเอา Parking Ticket  …  ฟิ้ว รอดตาย

กว่าจะได้เดินเที่ยวก็ปาเข้าไปหกโมงสิบห้าแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองทุกอย่างปิดหมดจ้า ได้แต่เดินชมเมืองอย่างเดียว

เริ่มจาก The Circus เป็นวงเวียนธรรมดาๆนี่แหละ แต่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ 5 ต้นตรงกลาง เลยดูสวยดี
ต่อมาเป็น The Royal Crescent ที่เป็นตึกสร้างเป็นครึ่งวงกลม ขนาดใหญ่มาก พร้อมมีสนามหญ้าขนาดใหญ่ยิ่งกว่าอยู่หน้าตึก ทำให้คนชอบมานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่ที่นี่
จากนั้นก็เดินเข้าในตัวเมืองทะลุไปอีกด้าน เพื่อไปที่ Bath Abbey ถัดไปอีกหน่อยจะเป็น Pulteney Bridge

DSC05288-HDRDSC05296-HDRDSC05321-HDRDSC05340-HDRDSC05366-HDRDSC05353-HDR

เดินไปเดินมา เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย สิ่งที่เราไม่ได้ไปดูคือ Roman Bath เพราะมันปิดไปเรียบร้อยแล้ว แต่ส่วนตัวเคยมาดูแล้วหนนึง รู้สึกงั้นๆ เมื่อไม่มีอะไรทำแล้ว เราก็เดินไปสู่ร้านอาหารที่เล็งไว้

DSC05337-HDRDSC05345-HDR

หาข้อมูลมาได้ความว่าร้าน The Scallop Shell นั้นดีงาม ฝรั่งชมกันว่าควรมากิน ดังนั้นเราก็มา ร้านหอยเชลล์นั้นขาย Fish & Ship ง่ายๆเลย

มาถึงพบกับคนแน่นเต็มร้าน ยิ่งมั่นใจว่าน่าจะอร่อยจริง แต่เราขี้เกียจต่อคิวรอโต๊ะ เลยซื้อแบบ Take Away ไปกินที่บ้านพักดีกว่า สรุปได้ว่ารสชาติโอเค ใครผ่านมาแถวนี้ลองแวะกินได้ ไม่ผิดหวัง

DSC05377DSC05372OLYMPUS DIGITAL CAMERAOLYMPUS DIGITAL CAMERA

มาถึงบ้าน AirBNB ที่จองไว้ เป็นบ้านสไตล์จอร์เจียนเก่าๆ เจ้าของน่าจะไม่ค่อยอยู่ดูแล (https://goo.gl/maps/BQApFEpkoL62) ที่พักอยู่ไกลจากเมือง ไม่เหมาะกับคนไม่ขับรถ ที่จอดรถมีให้หน้าบ้าน สภาพภายในบ้านเก่าๆโทรมๆตามรูป ถือเป็นบ้านพักในทริปที่โอเคน้อยที่สุดแล้ว

IMG_20170430_092558.jpg

GOPR2717.jpgIMG_20170430_092349.jpgIMG_20170430_092428.jpg

ทริปวันแรกก็จบลง พรุ่งนี้ไปต่อตอนหน้า

Advertisements

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s