HO CHI MINH 2017 #2 – FROM BANGKOK TO DALAT

เราเริ่มต้นการเดินทางที่สนามบินดอนเมือง Terminal 1 ซึ่งเป็น Terminal สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ น่าเศร้าใจเหมือนกันที่ Facility ของที่นี่มีน้อยมาก และอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ไม่ได้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศเอาเสียเลย

ของกินใน Terminal 1 มี Fuji, McDonald’s, Starbucks, S&P ประมาณนี้ มีน้อยกว่า Terminal 2 ที่เป็นส่วนของเที่ยวบินในประเทศเยอะ ฝั่งนั้นเค้าทำใหม่ มีของกินมากมาย แถมมีร้าน 7-11 เสียด้วย

บินจากกรุงเทพมาเวียดนามก็แว๊บเดียว เร็วกว่าออกจากบ้านไปทำงานเสียอีก

มาถึงสนามบินก็ขึ้นรถเมล์เบอร์ 152 ไปลงตรงถนนฟามงูเหลา (Phạm Ngũ Lão) รีวิวส่วนมากจะให้ลงตรงตลาดเบนถัน คือจะบอกว่าลงตรงนั้นอ่ะ มันเดินไกล ถ้าจะไปตรง VietSea หรือท่ารถยี่ห้อเฟืองจาง (Phoung Trang) กับ The Sinh Tourist  ลงฟามงูเหลาดีกว่าเยอะ

ในรีวิวทั้งไทยและเทศจะบอกว่ารถเมล์ 152 มีถึงแค่ 6 โมงเย็นนิดๆ แต่ตอนเดินออกมาจากสนามบินนั่นก็ประมาณ 18.20 แล้ว รถเมล์ 152 ก็ยังมีอยู่นะ อาจจะเป็นรถเที่ยวท้ายๆ หรือไม่เค้าก็ขยายเวลาการเดินรถ อันนี้ก็ไม่อาจจะบอกได้

IMG_20170308_180022IMG_20170308_183855

ส่วนค่าโดยสารที่บอกว่า บางทีเอากระเป๋าใหญ่ๆขึ้นรถจะโดนเก็บเพิ่มอีกเท่าตัว จาก 5,000 เป็น 10,000 ดอง นั่นก็ไม่เห็นเจอ ทั้งขาไปขากลับ โดนแค่ 5,000 ดองตลอด ทั้งๆที่ก็มีฝรั่งขึ้นมาพร้อมเป้ backpack ใบมหึมา วางกินที่นั่งไปสามที่ ก็จ่ายแค่ 5,000 ดอง

อีกเรื่องนึงที่อยากแนะนำคือ App + Web ของรถเมล์ในโฮจิมินห์ เค้าทำไว้ดีมาก บอกป้าย บอกเส้นทางของรถเมล์ได้หมด ไปโหลดที่นี่เลย https://busmap.vn/?locale=en คือหลายๆอย่างเค้าก้าวล้ำกว่าเมืองไทยไปแล้วนะ

เราจองรถเที่ยว 5 ทุ่มของเฟืองจางเอาไว้ ตอนแรกว่าจะจองของ The Sinh เพราะราคาถูกกว่านิดนึง แต่สุดท้ายตัดสินในว่าอยากจะหาของกินชิลๆไม่รีบ ก่อนไปขึ้นรถ เลยเปลี่ยนใจไปซบรถสีส้มแทน เป็นการจอง Online ล่วงหน้าผ่าน Website ของเค้าที่ https://futabus.vn/en-US ราคาคนละ 210,000 ดอง

พอไปถึงออฟฟิสของเฟืองจางเราต้องเอาเมล์ยืนยันการซื้อตั๋วล่วงหน้าไปแลกเป็นตั๋วขึ้นรถเสียก่อน โดยที่เราจองไว้สองเที่ยวคือวันนี้ จากโฮจิมินห์ไปดาลัด และวันกลับจากมุยเน่มาโฮจิมินห์  แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแลกตั๋ววันกลับ บอกให้เราไปแลกตั๋วที่ออฟฟิศเฟืองจางในมุยเน่เอาเอง (คือไม่ดี !!! เพราะเราพักไกลจากออฟฟิศเค้า แล้วจะไปแลกยังไง ตอนไหนฟระ ?!)

ในทางกลับกัน เราจองรถบัสนั่งจากดาลัดไปมุยเน่ของ The Sinh Tourist เอาไว้ แต่กลับแลกเป็นตั๋วขึ้นรถได้เลยจากที่โฮจิมินห์นี่แหละ เออ การจัดการของ The Sinh Tourist นี่ดีกว่านะ

ปล. เนื่องจากเราไม่ได้จองทัวร์แบบสำเร็จรูปของ Vietsea ที่คนไทยชอบใช้ อันนั้นเค้าจะรับฝากกระเป๋าเดินทางได้ ทำให้เราต้องลากกระเป๋าเดินทางไปหาข้าวกินด้วย

IMG_20170308_211432.jpg

พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ก็ได้เวลาอาหาร เราเดินข้ามฝั่งจากตรงซอย Đề Thám  ไปยังศูนย์อาหารฝั่งตรงข้าม มีทางเลือกหลากหลายเลยล่ะ ดูเอาจากภาพได้เลย

เลือกกันสักพัก ก็ตกลงใจกันได้ว่ากินอาหารลาวน่าจะเวิร์คสุด ร้านชื่อ KHAO LAO โดยที่ร้านเค้ามีสโลแกนว่า “อาหารลาวทันสมัย” อาหารจานที่ถูกใจที่สุดคือ “ส้มตำลาว” รสชาติได้ที่มาก เลยเบิ้ลไปซะสอง มื้อนี้ซัดกันไป 800,000 ดอง อิ่มสบายใจ

พิกัดร้านก็ตามนี้ ต้องเดินลงบันไดไปชั้นใต้ดินนะ

กินอาหารแล้ว ยังเหลือเวลาอีก ก็เลยไปหาที่นั่งสบายๆ ก็หนีไม่พ้นร้าน Highlands Coffee ที่อยู่ตรงหัวมุมซอย Đề Thám นั่นแหละ

เครื่องดื่มที่นี่ราคาสูงเหมือนกัน อย่างเรากินโมฮิโต้ ราคาแก้วละ 59,000 ดอง รสชาติเหมือนกินยาสีฟันคอลเกตเลยแฮะ ไม่ได้ล้อเล่น รสชาติแบบนั้นจริงๆ !!

สำหรับการไปขึ้นรถของเฟืองจาง ต้องนั่งรถตู้จากออฟฟิศเค้า ไปจุดจอดรถตรง District 5 เสียก่อน เค้าจะบอกให้เราไปขึ้นรถตู้ประมาณ 30 นาทีก่อนรอบรถของเรา กรณีนี้ก็คือ 10:30 จ้ะ

DSC02448IMG_20170308_233450

ขึ้นรถตู้เบียดเสียดไปถึงจุดต่อรถ ที่โคตรโทรม ห้องน้ำโคตรสกปรกเหม็นมาก อ่านจากรีวิว มีแต่คนบอกว่าเจ้าหน้าที่ตรงนั้นเค้าจะไม่พูดอังกฤษ แต่เราไปถามเจ้ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะ เป็นคนใช้คอมพิวเตอร์ เค้าก็บอกได้นะว่า your bus will come at eleven thirty !

เออ ที่เราไปคุยกับเจ้แกก็เพราะเค้าจะมีการแจกน้ำขวดกับผ้าเย็นให้คนละชุด โดยต้องเอาตั๋วไปโชว์ให้ดู ไม่งั้นก็คงไม่ได้คุย หลังจากนั้นพอมีรถทัวร์มาจอด เราก็ต้องยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ผู้ชายดูทุกครั้งอยู่ดี ประมาณ 11:30 รถ Sleeper Bus ของเราก็มารับจริงตามที่เจ้แกบอกไว้

รายละเอียดเรื่องรถรีวิวอื่นคงบอกไว้เยอะแล้ว เราขอเสริมประมาณนี้

  • เตียงด้านบน แถวกลางไม่มีช่องแอร์ แถวซ้ายขวามีช่องแอร์เป่าหนาวขั้วโลก สามารถหมุนปิดได้ แต่ก็ยังหนาวอยู่ดี
  • ผ้าห่มเค้ามีให้ แต่โคตรเหม็นสาบ !!!  เอาผ้าห่มไปเองเหอะ ไม่งั้นต้องเลือกระหว่างหนาวตาย กับเหม็นสาบผ้าห่มตาย  ดีที่เราอ่านรีวิวอื่นมาแล้ว เลยเอาผ้าห่มไปเอง รอดตายสบายใจ 😀
  • ในรถควรมี Wifi ให้เล่น .. แต่รถที่เราไปไม่มีฮะ ไม่รู้เพราะอะไร ก็ต้องพึ่งเนทจากซิมที่ซื้อมาไปนะ
  • ที่นอนไม่มีที่ให้วางเป้หรือของชิ้นใหญ่ๆ ใครมีของมาด้วยทางเดียวคือต้องเอาสอดไว้ที่ช่องตรงปลายขา ซึ่งจะทำให้การนอนไม่สบายเอาเสียเลย
  • มีหยุดพักหนึ่งครั้งกลางทาง ให้ลงไปเข้าห้องน้ำได้
  • ไปถึงแล้ว จะมีรถตู้ของเฟืองจางไปส่งที่โรงแรมฟรี แต่ก็จะต้องนั่งแบบเบียดเสียดกันไป คิดว่าดีกว่าไม่มีละกัน

DSC03345.JPG

มาถึงโรงแรม Tulip Hotel III เป็นสาขาใหม่ที่พึ่งเปิดปีนี้ อยู่ห่างจาก Tulip Hotel I แค่นิดเดียว ตอนเราไปถึง มีพนักงานต้องรับนอนค้างกันที่โรงแรม คงต้องนอนค้างเป็นเรื่องปรกติเพราะจะมีแขกมาถึงโรงแรมเช้าเวอร์ๆแบบนี้ทุกวัน

เข้าไปเชคอิน คือคุยกันกับพนักงานต้อนรับไม่รู้เรื่องเลยครับ น้องแกพยายามใช้ Google Translate แปลเวียดนามเป็นอังกฤษให้เราอ่าน แต่คำแปลมันไม่สื่อความหมายสักนิด พยายามอยู่สักพัก ก็พอจะรู้เรื่องกันว่า ถ้าจะเชคอินตอนนี้ ต้องจ่ายเพิ่มอีก 400,000 ดอง

ด้วยความที่อยากนอนมาก เลยต่อน้องมันไป ว่าขอสัก 200,000 ละกันนะ .. น้องมันก็โทรหาหัวหน้า เพื่อปรึกษา เสร็จแล้วก็กลับมาบอกว่า โอเค 180,000 ดองครับพี่ !! ตึ่ง !!! คือต่อสองแสน มีลดเพิ่มให้อีกครับท่าน @_@ คนประเทศนี้มันใจดีจริมๆ

C:DCIM101GOPROGOPR2291.GPRC:DCIM101GOPROGOPR2293.GPR

มาถึงห้องนอนแบบ Double Bed ที่อยู่ชั้น 5 พร้อมกับพบว่าสภาพห้องคือไม่มีหน้าต่าง !! แต่จังหวะนี้ ขอแค่ได้ห้องก็โอเคมากแล้วล่ะ ได้อาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น มีเตียงให้นอน สวรรค์แท้ๆ

ตั้งใจว่าซัก 8 โมงเช้าจะตื่นมา เตรียมหาทางออกเที่ยวดาลัด… พอหัวถึงหมอนเราก็ครอกไปทันที

Advertisements

nont

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s