HANOI 2016 #1 — THE BEGINNING

ที่มา

ทริปนี้เกิดด้วยความโชคดีแบบจริงจัง พอดีมีโอกาสได้ไปทำงานที่ฮานอยช่วงวันที่ 19–20 ตุลาคม ซึ่งตามกำหนดการจะต้องเดินทางกลับในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พอเห็นว่ากลับวันศุกร์ก็เลยได้ไอเดียว่าขอเลื่อนตั๋วกลับไปวันจันทร์ที่ 24 จะดีกว่า ทำให้มีเวลาเที่ยว 4 วัน 3 คืน (ศุกร์-จันทร์)

ดีงามอันแรกคือไม่เสียค่าเดินทาง ดีงามอันสองคืออาทิตย์นั้นเป็น Long Week End ทำให้มีเวลามากขึ้น

ตอนแรกพอมีหนูน้อยวินชี่ เราก็คุยกันว่าคงเที่ยวตะลุยแบบก่อนมีลูกไม่ได้อีกแล้ว และคงต้องงดเที่ยวไปอีกหลายปี พอรอบนี้ไปฮานอย พาเด็กไปด้วยน่าจะไม่สะดวก ประกอบกับหนูน้อยวินชี่ป่วยเยอะจากการพาไปเชียงใหม่รอบที่แล้ว ปู่ย่าเลยขออาสาดูแลหลานให้เอง และไล่พ่อแม่ให้ไปเที่ยวกันสองคน

เนื่องจากไปทำงาน เลยมีบุญได้นั่งเครื่องบินของการบินไทย ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้บริการ ปรกติเราบินแต่ Low Cost 🙂

การไปเที่ยวครั้งนี้เอา GoPro HERO5 Black ที่พึ่งซื้อมาสดๆร้อนๆไปด้วย ถือว่าคิดถูกมากที่ลงทุนซื้อ เพราะเจ้า GoPro ตัวใหม่นี่มันใช้ได้จริง ดีกว่า GoPro ตัวก่อนๆมากเลย พวกรูปที่ดูมุมกว้างๆ เบี้ยวๆ นี่มาจาก GoPro หมดเลยล่ะ

ขอกล่าวถึง GoPro HERO5 สักเล็กน้อย ด้วย Feature ใหม่ที่เรียกว่า Voice Command ซึ่งทำให้เราสามารถสั่งงานมันด้วยเสียง ไอ้อันนี้แหละ ที่ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นมาก แต่ก่อนจะถ่ายทีต้องต่อรีโมท หรือมือถือ ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ พอไม่สะดวกก็พาลไม่ได้ใช้ไปซะงั้นแหละ พอสั่งด้วยเสียงได้ เราก็ถือมันไป แล้วพูดสั่งมันให้ถ่ายรูปให้ซะเลย ชิลสุด

เอาว่า ใครผิดหวังจาก GoPro (หรือของเลียนแบบ) ตัวเก่าๆที่ผ่านมา ก็ลองตัวนี้ได้ คิดว่าไม่ผิดหวัง

สนามบิน Noi Bai และการเดินทางเข้า/ออกจากตัวเมืองฮานอย

ปรกติถ้าเป็น International Flight ก็จะมาลงที่ Terminal 2 โดยขนาดของ Terminal เนี่ย ใหญ่กว่าสนามบินเชียงใหม่หรือภูเก็ตไม่มากนัก แสดงว่าไม่ค่อยมีเที่ยวบินเท่าไหร่

จากสนามบิน Noi Bai มาถึงโรงแรม ใช้บริการ Taxi ตรงร้านหน้าทางออกนั่นแหละ ราคาเที่ยวละ 560,000 ดอง หรือประมาณ 25$ ก็จัดว่าแพงใช้ได้ แต่ถ้ามาหลายคน ต้องการความปลอดภัย สะดวกและสบายใจ ก็เป็นทางเลือกที่ดี

ทางเลือกอีกทางคือใช้บริการ EXPRESS BUS สาย 86 ที่วิ่งตรงเข้าเมืองเลย ราคาคนละ 30,000 ดอง มี WIFI ฟรีให้ใช้ด้วย แถมแอร์เย็นสบาย ขึ้นจากตรงหน้า Terminal 2 (ซึ่งเป็น International Terminal) นั่นแหละ ไม่ต้องเดินไกลด้วย

จริงๆแล้วสำหรับคนเที่ยวแนว Backpack อย่างเรา แนะนำให้ใช้ EXPRESS BUS นะ เพราะดีและถูก จะลำบากก็แค่ต้องศึกษาป้ายที่เค้าจอด และศึกษาทางเดินจากป้ายรถไปโรงแรมไว้ล่วงหน้า ซึ่งถ้ามี Internet+Google Map ก็ไม่น่ายาก

รายละเอียดของการขึ้นและป้ายที่จอดให้เข้าไปอ่านจากเวบนี้ เป็นเวบที่คนเวียดนามเขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษ ละเอียดดีมาก

https://suximicorner.wordpress.com/2016/07/29/PUBLIC-TRANSPORTATION-FROM-HANOI-AIRPORT-TO-CITY-CENTER-UPDATED-JULY-2016/

คนขับและกระเป๋าเก็บตังบน Express Bus เหมือนจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีพอควร ตอนที่เราใช้บริการรถขากลับจากตัวเมืองมาสนามบิน นอกจากเราสองคนแล้ว มีป้าอีกคนนึงเท่านั้นที่ลงที่ Terminal 2 นอกนั้นเป็นคนเวียดนามหมดเลย แล้วก็ลงที่ Terminal 1 ซึ่งเป็น Domestic

ได้แต่คิดว่า ทำรถบริการดีมากกก มาเสียที่การประชาสัมพันธ์นี่แหละ เพราะแม้แต่ Official Web/Facebook ก็มีแต่รายละเอียดเป็นภาษาเวียดนามหมดเลย ถ้าลงทุนทำเวบภาษาอังกฤษซักหน้าเดียว ป่านนี้นักท่องเที่ยวใช้บริการเต็มคันรถไปแล้ว

Sim Card สำหรับใช้งาน Internet

กล่าวถึง Internet ที่เวียดนาม หาซื้อซิมได้ง่ายมาก ไปถึงสนามบินก็มีขายเลย หลังจากเดินออกมาจาก Arrival แล้วจะมีร้านเอเจ้นท์เต็มไปหมด ซึ่งเค้าก็จะมีบริการแลกเงิน, ขายซิม, รถเข้าเมือง และขายทัวร์

ซิมจะมีแบบ 3G อย่างเดียว โทรไม่ได้ และมีแบบโทรได้ ก็เลือกเอาตามความต้องการ

สำหรับรอบนี้เราวางแผนจะถ่อไป SA PA ด้วย ก็ต้องซื้อซิมของ VIETTEL ที่พนักงานแนะนำ เพราะเค้าบอกว่าว่าสัญญาณในแถบห่างไกลใช้ VIETTEL จะดีกว่ายี่ห้ออื่น อันนี้ไม่รู้จริงแค่ไหน เชื่อพนักงานขายไว้ก่อน

ซิม VIETTEL ราคา 12$ ได้ 3G ทั้งหมด 9GB (ไม่ใช่ 3GB ที่เขียนในโบวชัวร์) และใช้โทรศัพท์ได้อีกนิดหน่อย เอาไว้ใช้ตอนมีเรื่องฉุกเฉิน

แลกเงินดอง

ปรกติจะมีคำแนะนำให้แลก USD มาจากเมืองไทย และค่อยมาแลกเป็น VND (ดอง) ที่เวียดนาม เค้าว่าเรทดีกว่าแลกจากบาทเป็นดองจากเมืองไทย อันนี้ก็ไม่ได้พิสูจน์ ว่าจริงหรือไม่

แต่เรื่องที่จะแนะนำตรงนี้คือสำคัญ

  1. เวลาแลกเงินที่นั่น ต้องแลกเต็มมูลค่าแบงค์ เช่น เอาแบงค์ 100$ ไปแลกดอง แต่ขอแลกแค่ 50$ และให้ร้านทอนอีก 50$ เนี่ย ปรกติเค้าไม่ทำให้นะ แม้แต่ที่ธนาคาร ดังนั้นแนะนำให้แลกแบงค์ $ ใบเล็กไป เช่น 10$ 20$ จะดีกว่า ถ้าจะเอาใบใหญ่ๆพวก 50$,100$ ไปด้วย ก็เอาไว้ใช้ตอนแลกเงินครั้งใหญ่ครั้งเดียวพอ
  2. ที่ฮานอยร้านแลกเงินเพียบ ที่ซาปาแลกได้จากโรงแรม หรือธนาคาร(ปิดวันอาทิตย์) จะไปซาปา แนะนำให้แลกเงินไปให้พอเลย เพราะเรทแลกเงินตรงนั้นไม่ค่อยดี
  3. เรทแลกเงินดองต่อ 1$ จะเป็นประมาณนี้
    – ธนาคารในฮานอย 22,500 ดอง
    – สนามบิน 22,000 ดอง
    – โรงแรมในซาปา 21,000 ดอง
  4. ธนาคารในฮานอย ที่เจอมาคือไม่รับแบงค์ $ ที่เปื้อนหรือมีตำหนิแม้แต่นิดเดียว เพราะฉนั้นตอนแลกเงินจากไทย ให้ตรวจว่าแบงค์ $ ทุกใบเนียนกิ๊กเท่านั้น เจอยับหรือมีรอยหมึกให้ขอเปลี่ยนซะ

โรงแรมในฮานอย

มาพักที่โรงแรม Movenpick Hotel Hanoi ซึ่งอ้างว่าตัวเองเป็นโรงแรม 5 ดาว… แต่ดูจากคุณภาพแล้วน่าจะประมาณ 3 ดาวมากกว่า

พอดีรอบนี้ไม่ได้จองโรงแรมที่ฮานอยเอง เลยไม่สามารถแนะนำได้ เพียงแต่ว่าจองโรงแรมผ่านเอเจ้นท์คนเวียดนาม จะได้ราคาถูกกว่า booking.com หรือ agoda นะ

สถานที่ท่องเที่ยวในฮานอย

ตัวเมืองฮานอยเอง ไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากนัก คือถ้าเทียบกับกรุงเทพ หรือประเทศใกล้เคียง สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ..

จริงๆแล้วประเทศแถบ SE Asia นี่น่าจะมีที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนา แต่ฮานอยกลับมีน้อยมากถึงไม่มี ศาสนาพุทธเค้าเป็นแบบมหายาน ได้รับอิทธิพลจากจีน แต่ในเมืองกลับไม่มีวัดสวยๆงามๆอลังการแบบ วัดพระแก้วบ้านเราหรือวัด Longshan ในใต้หวัน

ส่วนในช่วงหลังที่โดนฝรั่งเศสเข้ามาล่าอณานิคม เผยแพร่ศาสนาคริสต์ ก็มีการสร้างโบสถ์ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อลังการมากอยู่ดี

เราอ่านกระทู้ในพันทิปเยอะมาก หลายสิบกระทู้ที่รีวิวเที่ยวฮานอย อ่านอยู่เป็นอาทิตย์ สุดท้ายก็เลือกที่เที่ยวได้แค่ไม่กี่ที่

ขาดไม่ได้ก็คงเป็น Hoàn Kiếm Lake น่ะนะ ทะเลสาบฮว่านเกี๊ยมเป็นจุดหมายบังคับ เพราะถ้าไม่มาตรงนี้ คงไม่มีอะไรเที่ยวแล้วล่ะ อยู่ติดกับย่านที่เค้าเรียกกันว่า Old Quarter ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักที่มีของกินมากมาย

การมาเที่ยวทะเลสาบตอนกลางคืนจะดีกว่าตอนกลางวัน เพราะมีการ Light up ด้วย ที่เด่นๆก็คงมี Tháp Rùa (Turtle Tower) ที่มีแสงพุ่งขึ้นฟ้า และ Cầu Thê Húc (The Huc Bridge) สะพานสีแดงยอดฮิต

สะพานแดงนี่ขึ้นฟรี แต่ถ้าเดินไปจนสุดสะพานจะพบกับ Ngoc Son Temple ซึ่งเก็บเงินค่าเข้า ดูจากรีวิวแล้วไม่คุ้มกับเงินที่เสีย เราเลยไม่ได้เข้าไป

ถัดจากทะเลสาบจะเป็นวงเวียนน้ำพุ ในหลายๆรีวิวบอกให้ขึ้นไปกินกาแฟที่ร้าน Highlands Coffee หรือกินเบียร์ที่ร้าน Legend Beer ที่ตึกด้านหลัง เพื่อชมวิว

บริเวณรอบๆทะเลสาบเหมือนจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่ ตกกลางคืนจะมีคนออกมาเดินเที่ยวเยอะมากๆ

ข้อมูลที่อ่านมาก่อนไปเที่ยวคือเค้าบอกว่าคู่รักวัยรุ่น ก็จะพากันมาเดินแถวนี้ ซึ่งดูแล้วก็น่าจะจริง ดูอย่างลูกโป่ง I Love You นี่สิ ขายดีอยู่นะ

นอกจากแถวริมทะเลสาบแล้ว ก็มีโบสถ์ St. Joseph ซึ่งอยู่ในระยะเดิน ซัก 5–10 นาที

โบสถ์ St. Joseph เป็นโบสถ์ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักเหมือนกัน ทุกรีวิวแวะมาแต่ทุกคนมาแค่ถ่ายรูปแชะๆเท่านั้นแหละ ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ

มาถึงของกิน

สิ่งที่ Amazing อีกอย่างนึงของที่นี่ คือวิธีการนั่งกินอาหารตามร้าน เพราะส่วนใหญ่จะนั่งกันเป็นโต๊ะและเก้าอี้เตี้ยๆ ดูแล้วไม่น่านั่งสบาย

ไอ้ที่นั่งกันอย่างงี้ apply ตั้งแต่ร้านน้ำชา ยาดองเหล้า ร้าน Soft Drink ร้านกินเหล้าเที่ยวกลางคืน ร้านกินปิ้งย่าง ร้านขนมหวาน ร้านกินข้าว…

นอกจากคนกินจะนั่งขวางฟุตบาทแล้ว ยังมีมอเตอร์ไซด์และครัวทำอาหารมาร่วมแจมด้วย

สุดท้ายชะตากรรมของคนเดินเท้า คือเดินบนถนนจ้า เพราะฟุตบาทไม่เหลือที่แล้ว ดูแล้วนึงถึงบ้านเราที่ตอนนี้รู้สึกว่ากำลังจะพัฒนาไปในทางที่ถูกที่ควร หลังจากไล่พวกพ่อค้าแม่ค้าตรงสยามออกไปจากทางเท้าได้

แต่อีกอย่างนึงที่ยังคงเหมือนเมืองไทยเป๊ะ… อันนี้ไม่รู้จะอีกนานแค่ไหน

ทะเลเผา

กุ้ง หอย ปู ปลา แมงดา พร้อม สำหรับร้านทะเลเผา

เรามองหน้ากันแล้วก็รู้ใจ กินทะเลเผาแบบนี้ ไม่ใครก็ใครต้องท้องเสียแน่นอน

GONG CHA

GONG CHA ร้านชาไข่มุกยอดฮิตจากไต้หวัน มาถึงฮานอยแล้ว หลังจากร้านที่เมืองไทย (เซนทรัล พระราม 3) และสิงคโปร์ (ชางฮี) ที่เราแวะไปกินเป็นครั้งคราว ได้เจ๊งไปเรียบร้อย

ถ้าจะมาทาน แนะนำให้มาตอนกลางวัน เพราะช่วงเย็นถึงร้านปิด (สี่ทุ่ม) จะมีคิวแน่นมาก เนื่องจากเหล่าเด็กๆและวัยรุ่นทั้งหลายจะเริ่มมาซื้อ แถวที่เห็นด้านซ้ายคือแถวสั่ง จากในรูปน่าจะประมาณ 20 คิว ส่วนหลังจากสั่งแล้วก็ต้องนั่งรออีกนะ

ราคาชานมไข่มุกแก้วละ 50,000 ดอง (ประมาณ 80 บาท) ก็จัดว่าแพงใช้ได้ แต่ไข่มุกให้เยอะมากกก แทบจะสำลักไข่มุกตาย และน้ำแข็งก็ใส่มานิดเดียว คือสำหรับประเทศนี้ ทั้งๆที่ร้อนเหมือนบ้านเรา กลับไม่นิยมกินน้ำแข็งเท่าไหร่ ทุกร้านอาหารที่ไปจะให้น้ำแข็งน้อยแบบเสียไม่ได้ พอเราขอน้ำแข็งเพิ่มบางทีก็ดูจะหงุดหงิดอีกด้วย

อาหารเวียดนามแบบรสชาติใกล้เคียงบ้านเรา

Quan An Ngon เป็นร้านอาหารเวียดนามแบบครบเครื่อง มีความหลากหลายของอาหารเยอะ ราวกับจะรวมรวมอาหารเวียดนามทั้งหมดมาไว้ในร้านเดียว เท่าที่อ่านรีวิวมา ได้ใจความว่าอาหารร้านนี้รสชาติไม่โดดเด่น เค้าบอกว่าไม่รู้จะแนะนำอะไร

สำหรับความรู้สึกส่วนตัวคิดว่ากินได้ ปรกติดี ถ้าจะหาอาหารเวียดนามรสชาติใกล้เคียงเมืองไทย ร้านนี้น่าจะใช่คำตอบ

สงสัยว่าทำไมยังมาแนะนำร้านอาหารเวียดนาม ที่รสชาติเหมือนเมืองไทยสินะ ถ้ารสชาติเหมือนกันแล้วจะกินเพื่อ ?! เดี๋ยวก็รู้จ้ะ

หวานเย็น

ร้าน HOA BEO ขายหวานเย็น ของหวานของเวียดนามยังห่างชั้นกับไทยเยอะ อย่างร้านนี้ที่ได้รับการแนะนำกันในพันทิป มากินแล้วรู้สึกเสียใจ ผลไม้ก็งั้นๆ ส่วนกะทิยังห่างชั้นกับเมืองไทยหลายปีแสง ไอศกรีมที่ใส่มาก็ไม่ได้เรื่อง

ก็ลองไว้เป็นประสบการณ์ชีวิต อย่าได้คาดหวังอะไร

Xôi Yến

Xôi Yến ร้านข้าวเหนียวราดหน้า หมู ไก่ และอื่นๆ อันนี้แนะนำอะไรไม่ได้มาก เพราะ ไปกินผิดร้าน จากรูปร้านด้านขวา ตัวหนังสือแดงๆน่าจะเป็นร้านเลียนแบบ ส่วนด้านซ้ายที่คนเยอะๆ ตัวหนังสือสีเหลือง เป็นร้านที่ควรไปกิน

พอดีเพื่อนที่ไปก่อนเพื่อจองโต๊ะดันไปแล้วเห็นว่าร้านเหลืองโต๊ะเต็ม เลยไปนั่งที่ร้านแดงซะ ชื่อเหมือนกัน พอกองทัพใหญ่ไปถึง เลยต้องนั่งกินร้านแดง กินไปเสียดายไป รสชาติห่วยมาก

แอบหวังว่าร้านเหลืองจะอร่อยกว่า แต่ก็ไม่มีโอกาสได้พิสูจน์

Trung Nguyên Legend Café

ร้านกาแฟ + Soft Drink ตรงใกล้ๆวงเวียนน้ำพุ ร้านนี้โอเค คนกินกาแฟเค้าก็บอกว่าใช้ได้ เราสั่ง Soft Drink ก็ใช้ได้ โดยเฉพาะน้ำส้มจี๊ดปั่น (KIM QUAT) รสชาติหวานๆเปรี้ยวๆ กลมกล่อมดีมาก

โดยรวมไม่ได้มีความประทับใจอะไรกับร้านอาหารในฮานอยเลยจริงๆ ไม่รู้ว่าอาหารเค้ายังไม่พัฒนาด้านรสชาติเหมือนอาหารไทย หรือเจอแต่ร้านไม่อร่อยก็ไม่รู้แฮะ

ข้ามถนนในฮานอย

เราเคยคิดว่า ถ้าข้ามถนนเมืองไทยได้ ก็คงข้ามถนนได้ทั่วโลกแล้ว แต่ผิด !! เพราะฮานอยนี่หนักกว่าไทยมาก

ตัวปัญหาคือรถมอเตอร์ไซด์ ที่วิ่งได้ทุกทิศทาง ทุกเวลา ไม่ว่าจะไฟเขียวหรือไฟแดง ไม่ว่าจะด้านไหน ทำให้การข้ามถนนนี่ต้องใช้ความระมัดระวังมาก คืออาจจะโดนชนจากด้านไหนก็ได้ 360 องศา

วันแรกเราก็รอไฟข้ามถนนเขียว แล้วค่อยข้ามนะ หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน ก็เหมือนกับปรับตัวได้ คือไฟเขียวไฟแดง เดินข้ามได้หมด ไม่ต้องสนใจแล้ว เพราะความอันตรายก็ใกล้ๆกันนั่นแหละ


ปิดท้ายกันด้วยของแปลกอีกอย่าง ดูข้าวที่ขายใน Super Market ที่นี่สิ ภาษาไทย Broken จริงจัง “หุงขึ้นม้อ” “ข้าวหอมมะลีคด 100%” … เอ่ม

สำหรับรีวิวฮานอยตอนแรก ก็จบเท่านี้ ตอนต่อไปเราจะพาไปเที่ยวนอกฮานอย ที่ๆเราจะไปมีชื่อเรียกกันว่า Tràng An (จ่างอาน) อยู่ในจังหวัด Ninh Binh ซึ่งอยู่ห่างจากฮานอยไปประมาณ 100 กิโลเมตร

Advertisements

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s