Chiang Mai First Time #2

เริ่มวันใหม่กันด้วยอาหารเช้า เติมพลังก่อนออกเดินทางไกล วันนี้มีโปรแกรมอัดแน่นทั้งวันเลยล่ะ

อาหารเช้าของที่กอดเชียงใหม่มีตัวเลือก 4 แบบ

  1. American Breakfast แบบมีไส้กรอกไข่ดาว ขนมปัง
  2. American Breakfast แบบมี Omelette ขนมปัง
  3. ซีเรียลใส่นม
  4. ข้าวต้มไก่/หมู

นอกจากนั้นจะมีของกินพวกบิสกิตทั่วไปให้เลือกกินได้ และจะมีของหวานให้วันละ 1 อย่าง

ปล. มีใครสักเกตุเห็นว่ามีแมลงตัวนึงกำลังจ้วงกินน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ในรูปด้านบนอยู่บ้าง 🙂

ของหวานวันนี้เป็นขนมตะโก้ อีกวันเป็นข้าวต้มมัดไส้กล้วย

เราเอาอาหารเด็กแบบขวดที่ซื้อตามโลตัส บิ๊กซี มาด้วย เพราะไม่สามารถทำอาหารให้หนูน้อยวินชี่ได้ ปรากฎว่าฮีไม่กิน เลยลองป้อนข้าวต้มมัดดู หนูน้อยวินชี่ชอบมากก (เด็กทั่วไปก็เหมือนจะชอบกินข้าวเหนียวอยู่แล้ว)

ข้าวต้มก็ธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ สู้ร้านอร่อยๆในกรุงเทพไม่ได้

โซนทานอาหารอยู่ชั้น 1 บรรยากาศดี รายล้อยไปด้วยต้นไม้ สิ่งที่ดีอย่างนึงของที่นี่คือมีที่นั่งสำหรับเด็กเล็กด้วย ไม่เคยไปร้านอาหารไหนแล้วทางร้านมีที่นั่งเด็กเล็กเลย ปรกติจะมีที่นั่งเด็กโตนิดนึง แบบว่าโตขนาดหยิบจับช้อนส้อมได้แล้ว แต่เด็กเล็กแบบยังต้องรัดตัวแน่นหนานิดนึงเพื่อกันตกนี่ไม่มี

ทานอาหารเช้าเสร็จก็ได้เวลาล้อหมุนแล้ว จุดหมายแรกคือวัดพระธาตุดอยคำ

มีทางเดินให้คนอยากออกกำลังกายเดินขึ้นมาได้ (ต้นทางอยู่ไหนไม่รู้) แต่เราไม่ได้เดินหรอกนะ ก็ขับรถขึ้นไปนั่นแหละ วิวตรงระเบียงด้านนี้มองดูเขียวสดชื่น ส่วนนึงคงเป็นเพราะวิวตรงนี้เป็นมุมที่ตรงกับอุทยานหลวงราชพฤกษ์พอดี

เนื่องจากเราไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการไหว้พระขอพร จึงไม่รู้ว่าวัดนี้ดังเรื่องไหน พอดีคุณแม่อยากมา คุณพ่อคนขับรถก็เลยพามาตามประสงค์

พระใหญ่อยู่ด้านนอก พร้อมบรรยากาศอึมครึม ท้องฟ้ามีแต่เมฆ เสร็จจากตรงนี้แล้ว ตอนแรกตั้งใจจะไปดูช้างวาดรูปที่ปางช้างแม่สา แต่เห็นท้องฟ้าปิดแบบนี้ เลยไปอุทยานหลวงราชพฤกษ์ที่อยู่ข้างๆแทน

ใจจริงอยากไปเดินอุทยานหลวงราชพฤกษ์มากกว่าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่กลัวแดดร้อน จะลำบากกับหนูน้อยวินชี่ (พ่อแม่ด้วยแหละ เข็นรถดูสวน มีแสงแดดร้อนๆคอยเผาหัวไหม้เกรียม ร้อนเหงื่อท่วม คงไม่ค่อยได้อารมณ์สุนทรีนัก) สุดท้ายเลยจำใจเอาออกจากแผนการเที่ยวไป

เรียกว่าท้องฟ้าเป็นใจนะเนี่ย 🙂 ที่ทำให้เราได้เจอกัน

ค่าเข้าชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ผู้ใหญ่ เสียคนละ 50 บาทเอง ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นโครงการพิเศษ ค่าเข้าชมแค่นี้คงไม่พอสำหรับการดูแลรักษาแน่นอน

ช่วงที่ไม่มีงานพืชสวนโลก พวกดอกไม้ก็จะธรรมดาๆหน่อย ได้รับการดูแลตามสมควร ถ้าอยากดูสวยจัดเต็ม คงต้องรองานใหญ่ แต่คนก็จะเยอะตามไปด้วย

อุทยานหลวงราชพฤกษ์นี่ก็กว้างมาก เดินเที่ยวก็เหนื่อยนิดนึง แต่ก็เดินได้ ถ้าอากาศไม่ร้อนเกินไป ส่วนแรกที่เราไปชมคือเรือนกล้วยไม้ (Orchid Pavilion) เพราะเป็นส่วนจัดแสดงที่เป็นห้องแอร์เย็นเจี๊ยบจับใจ และมีการจัดแสดงดอกไม้สวยงามเต็มสตรีม

การพาเด็กเล็กไปด้วยก็ง่าย เพราะทางเดินเป็นทางราบ เอารถเข็นลุยไปได้เป็นส่วนใหญ่ มีแต่บางส่วนเช่นทางเข้าเรือนกล้วยไม้ ก็ต้องมีการยกรถเข็นกันบ้าง

เนื่องจากห้อง Orchid Pavilion มีขนาดไม่ใหญ่ ถ้าช่วงไหนมีคนเยอะ ก็อาจจะไม่รู้สึกว่ามันดีเลิศ เพราะต้องแย่งถ่ายรูปกับคนอีกมากที่เดินไปเดินมา

ตอนเราไปโคตรไม่มีคน แอร์เย็น ดอกไม้สวย เลยอยู่นาน หนูน้อยวินชี่ก็ชอบดูดอกไม้ ตื่นเต้นใหญ่

เจ้าต้นนี้ชื่อว่าดัสตี้มิลเลอร์ (Dusty Miller) เป็นต้นสีตุ่นๆแบบนี้ แปลกดี ดูแล้วเหมือนอยู่ในเมืองหิมะ

ส่วนดอกไม้อันนี้ไม่ได้ดูชื่อมา ชอบเพราะว่ามันมีแบบสีสองรูปแบบที่เติมเต็มกันและกัน คงเหมือนผู้ชายกับผู้หญิงนั่นแหละ

แต่สำหรับแชมเปี้ยนของวันนี้ ต้องยกให้ดอกนี้ฮะ ชอบที่สุดเลย เลิฟ เลิฟ

เป็นดอกไม้ที่ดูเหมือนผู้หญิงดี มีอะไรให้ค้นหาเยอะ จะเห็นว่าตอนแรกเค้าจะเป็นดอกตูมเขียวก่อน จากนั้นก็โตมาเป็นสีแดงเข้ม จากนั้นก็จะตูมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พอโตเต็มวัยแล้วดอกตูมก็จะแตกโป๊ะออกมา ~ แล้วมีดอกไม้สีม่วงซ่อนอยู่ข้างใน ส่วนกลีบที่เปิดแล้วก็จะเชิดขึ้นไปด้านบน ดูแล้วมัน Amazing มากจีๆ

ออกจากเรือนกล้วยไม้มาก็มาต่อกันที่หอคำหลวง ก่อนถึงหอคำหลวงจะต้องผ่านต้นโพธิ์เสียก่อน สีทองอร่ามไปเรยยย

อันนี้คือหอคำหลวง จะอยู่ตรงกลางด้านในสุด เป็นเรือนที่สวยงามจริงๆ

ทุกสิ่งทุกอย่างในนี้ที่เป็นสิ่งก่อสร้าง ดูเหมือนจะมีความเกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 หมดทั้งสิ้น ขอ Quote ข้อมูลจากวิกิมาตามนี้

หอคำหลวง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมท้องถิ่นล้านนา ภายใต้แนวคิดว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ ศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย”

มุมที่คิดว่าถ่ายรูปหอคำหลวงแล้วออกมาสวยที่ซู๊ดก็คือมุมสะท้อนน้ำตรงนี้ จากด้านหน้าของหอคำหลวงให้เดินมาด้านซ้าย แล้วอ้อมบ่อน้ำออกมา จากนั้นก็เดินไปอยู่ริมๆบ่อนะ ระวังตกน้ำด้วยล่ะ อันนี้ถ่ายมาแบบ Exposure Bracket (1 EV 3 รูป) เพื่อจะได้เอามา Merge HDR ใน Lightroom ทีหลัง

ภายในหอคำหลวง แม้จะตกแต่งสวยงาม แต่ยังไงๆ ก็ไม่ประทับใจเท่าด้านนอกเนอะ

มองออกจากหอคำหลวงย้อนออกไป เห็นทางเดินทอดยาว สวยใช่มั้ยล่ะ 🙂

ส่วนสำคัญๆของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ที่เรามีเวลาเดินชมก็คงมีเท่านี้ เดี๋ยวเราจะเดินทางไปยังบริเวณ อำเภอแม่ริม เพื่อดูสิ่งที่น่าสนใจอย่างอื่นต่อ

เนื่องจากแผนเดิมเนี่ย ตอนนี้ต้องอยู่ปางช้างแม่สา เราจึงหาร้านอาหารกลางวันไว้แถวๆนั้น แต่พอเราเปลี่ยนแผนไม่ไป ก็ยังต้องไปร้านอาหารร้านเดิมอยู่ดี ขับรถจากอุทยานหลวงราชพฤกษ์ไปแถวแม่ริม ก็ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง

ร้านอาหารที่เล็งไว้คือร้าน ศาลากาแฟ (Sala Cafe) ซึ่งก็มีทั้งข้าว ขนมหวาน น้ำดื่มให้เลือกทานมากมาย หน้าร้านมีที่จอดรถกว้างขวาง แต่ทางเดินเข้าไปที่ตัวร้านอาหาร ไม่ได้ทำไว้เผื่อรถเข็นเด็กเลย เรียกว่าต้องยกรถเข็นกว่า 20 เมตรเพื่อให้เข้าไปในตัวร้านอาหารได้

ร้านอาหารมีคนทานอยู่เยอะเหมือนกัน หลายโต๊ะมาเป็นหมู่คณะ บรรยากาศในร้านโล่งสบาย ไม่มีแอร์นะ

ลองสั่งน้ำมะนาวโซดา กับชาเขียวมาทาน ก็ไม่ได้อร่อยมากนะ

ส่วนอาหารไทยรสชาติโอเคอยู่ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรอ่ะนะ หนูน้อยวินชี่ดูจะชอบร้านนี้ เพราะมีที่นั่งใหญ่ๆให้ฮีปีนเล่น แถมมีการพ่นละอองน้ำคลายร้อนอีกด้วย

แต่พอกลับจากเชียงใหม่มา หนูน้อยวินชี่ป่วยท้องเสียเป็นมูกเลือด เกิดจากลำไส้อักเสบเพราะเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ ซาโมเนลล่า คิดๆดูแล้วน่าจะมาจากละอองน้ำที่ฉีดนี่แหละ เพราะน้ำ+ท่อส่งน้ำคงสกปรกมีและเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ เรียกว่าพ่อแม่พลาดเองที่ไม่ได้ระวัง -_-”

จากร้านอาหาร ก็เดินทางสู่จุดหมายถัดไป นั่นคือ Siam Insect Zoo ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับแมลงต่างๆ

ที่นี่มีจัดแสดงทั้งแมลงที่สตาฟไว้ และตัวเป็นๆด้วย .. บรื๋ออออ

เจ้าหน้าที่บอกว่าหนอนชิเมโจได๋พวกนี้เป็นหนอนผีเสื้อกลางวัน ถึงหน้าตาจะดูน่ากลัว แต่ไม่เป็นอันตราย (คือจับแล้วไม่คัน) และก็เชิญชวนให้เราลองเอาหนอนมาเดินบนมือของเราดู เป็นประสบการณ์ชีวิต แต่พ่อแม่ใจไม่กล้วพอ เลยขอผ่าน แต่หนูน้อยวินชี่ดูสนใจ อยากเอามือไปน้อยๆไปขยำหนอนผีเสื้อมาก >.<

เสร็จจากส่วนหนอน ก็จะเป็นห้องผีเสื้อ ถ่ายรูปยากกกก เพราะมันบินตลอดเวลา กว่าจะได้มาสองรูปนี่เล็งกันจนเหนื่อยเลย

แมลงใบไม้ก็มา ที่เค้าจัดแสดงมีหลายแบบมากกก บางตัวสีน้ำตาลเหมือนกิ่งไม้ยังไงยังงั้น ไม่บอกว่าเป็นแมลงคงดูไม่ออก

จากส่วนแมลง ก็มีส่วนแมงมุมและแมงสาป แต่ขอไม่ลงรูปดีกว่า คือน่ากลัว หรือมีใครอยากดูแมงสาปแบบตัวเบ้งๆ แบบว่าพวกที่เดินอยู่ในบ้านตัวเท่านิ้วโป้งนี่กลายเป็นหน่อมแน้มไปเลย @_@

ตั๊กแตนตำข้าวก็มา อย่าไปยุ่งกันมันนะ เดี๋ยวโดนต่อย

กิ้งก่าก็มานะ มีทั้งแบบสีเขียว สีน้ำตาล สีแดง แถมเจ้าหน้าที่มีเสนอให้เอามาเกาะไหล่อีกด้วย คราวนี้คุณพ่อใจกล้าขอลอง ผลคือเล็บของน้องกิ้งก่าแหลมมากกกก เกาะไหล่ทีโดนเล็บขูดแดงไปหมด

หนูน้อยวินชี่ดูจะสนใจกิ้งก่าเป็นพิเศษ เลยเอามือไปจับๆท้อง ตัวเค้าก็นิ่มดี พอจับเสร็จก็ต้องเอาแอลกอฮอล์เช็ดมือหนูน้อย เพราะเดี๋ยวก็เอามือเข้าปาก

ต่อจากสวนแมลง ก็แวะไปดูกล้วยไม้กันที่ สายน้ำผึ้งออร์คิด แต่กล้วยไม้มีนิดเดียว ไม่แนะนำให้ใครไปเสียเงินฟรีเหมือนเรา ไม่คุ้มๆ

จากสวนกล้วยไม้เราก็เดินทางกลับ มีแวะไปซื้อของกันที่ Premium Outlet นิดหน่อย ตอนวิ่งรถกลับใช้ถนนวงแหวนเชียงใหม่รอบนอก รู้สึกดีมากกกก วิ่งไม่มีไฟแดงเลย ใช้เวลาไม่นานก็ถึงปลายทาง

จากนั้นก็ปิดท้ายด้วยการไปทานอาหารเย็นที่ร้าน ต๋อง เต็ม โต๊ะ ตอนแรกสั่งมาสามอย่าง คิดว่าจะไม่พอ แต่พอของมาเสิร์ฟจริง กินกันไม่หมดจ้า ร้านต๋องนี่ก็ไม่มีเก้าอี้เด็ก หนูน้อยวินชี่เลยต้องนอนในรถเข็นที่จอดอยู่ข้างๆโต๊ะ

กินข้าวเสร็จก็แวะไปกินขนมปังที่ร้านมนต์นมสดที่อยู่ใกล้ๆ คนเยอะใช้ได้ เลยซื้อกลับไปทานที่โรงแรมดีกว่า

จบไปอีกวัน พรุ่งนี้จะพาหนูน้อยวินชี่ไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ ดูแพนด้าแล้ว

Advertisements

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s