EUROPE 2015 : ANTWERP & BRUSSELS, BELGIUM

วันนี้เรามีแผนเดินทางกันยาว ในช่วงเช้าเริ่มจากออกจาก Ghent ไป Antwerp  เสียก่อน

P4171158

จุดหมายแรกของเราคือสถานีรถไฟ Antwerp Central ที่เค้าว่ากันว่าสวยงามมากนะฮะ

P4171223

ก่อนออกเดินเที่ยวตัวเมือง Antwerp เราฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่ Locker ในสถานีรถไฟเสียก่อนเพื่อความคล่องตัว ค่าฝาก Locker ขนาดใหญ่ที่สุด สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วได้ 2 ใบสบายๆอยู่ที่ 5 ยูโรต่อ 24 ชั่วโมง

วิธีใช้ Locker ก็ง่ายมาก เอาของใส่ Locker ที่ว่างอยู่ จากนั้นก็ปิดตู้ไป แล้วหยอดเงินตรงแป้นคอนโทรลของมัน จากนั้นเครื่องจะพิมพ์ Slip ออกมาให้ โดยที่ใน Slip จะมี Barcode อยู่ ตอนมาเอาของคืนก็แค่เอา Barcode ไปสแกนตรงแป้นคอนโทรล ประตูก็จะเปิดออก

P4171192

ฝากกระเป๋าเสร็จเราก็ไปเอาแผนที่เมือง Antwerp จาก Tourist Information ในสถานี แล้วก็ลุยกันเลย

Antwerp เป็นเมืองที่ City Center อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก โดยที่สามารถเดินตรงออกจากหน้าสถานีออกไปได้เลย ง่ายเหลือเชื่อ เราไปช่วงเช้าๆ คนยังไม่เยอะมาก ร้านรวงก็พึ่งเริ่มเปิดกัน

P4171190

เป้าหมายแรกของเราอยู่ไม่ไกล วันนี้ตั้งใจจะมาเยี่ยมบ้านของ Peter Paul Rubens ซึ่งเป็น Flemish Baroque painter ที่มีชื่อเสียง งานของเค้ามีอยู่ทั่วไปในเบลเยี่ยม เราได้เห็นมาบ้างแล้วจาก Ghent แต่ละรูปนี่กล้ามเป็นมัดสวยงาม

ที่นี่คือบ้านที่รูเบนใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวจนถึงวาระสุดท้าย  ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานส่วนตัวของเค้า โดยที่ช่วงที่เราไป มีงาน  “Rubens in Private” ที่จัดแสดงผลงานที่รูเบนวาดภาพสมาชิกในครอบครัวของเค้า

ย้อนอดีตไปนิดนึง ตอนที่เราถามทางเจ้าหน้าที่ใน Tourist Information ที่สถานีรถไฟ เค้าบอกพวกเราว่า “บ้าน  Rubens มันจะแน่นนะยู ยูควรซื้อตั๋วไปจากตรงนี้เลย”  แต่ตอนนั้นเราไม่แน่ใจ ว่าโดนหลอกหรือเปล่า เราจึงไม่ได้ซื้อ

พอไปถึง มีคนต่อซื้อตั๋วอยู่ซัก 10 คน ก็แสดงว่าไม่แย่มากนัก

P4171188

พอผ่านประตูเข้ามา ก็จะเจอกับโถงอันนี้ บรรยากาศภายในโถงดูเงียบเหงาชอบกล

รูเบนเป็นคนที่ชอบวาด Self Portrait ของตัวเอง โดยที่ในรูปสามอันนี้ เป็นรูปของตัวเองในช่วงอายุที่ต่างกัน

P4171181

ผลงานในบ้านของรูเบนน่าสนใจมากๆ เดินดูได้เป็นชั่วโมงๆเลย

สิ่งที่ทำให้รูเบนต่างจากศิลปินคนอื่นๆ ก็คือเค้าเป็นคนที่มีเงิน และมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข ผิดจากศิลปินในสมัยนั้นที่ส่วนที่มากจะไส้แห้ง ไม่มีเพื่อน หรือเป็นโรคจิตอ่อนๆบ้าง  นอกนั้นก็มีพวกศิลปินเมาเหล้า กับต้องใช้ยา หรือชอบชกต่อยกับคนอื่นเพราะเซลฟ์เกิน เวลามีคนมาวิจารณ์ผลงาน

P4171165

ดูเสร็จก็ออกมาที่สวนหลังบ้าน ดูใหญ่โตดี

ผลงานอื่นๆของรูเบนสามารถไปดูได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Peter_Paul_Rubens#Selected_works

พอออกมาจากบ้าน เราพบว่าแถวต่อคิวซื้อตั๋วยาวเวอร์มาก น่าจะสามสิบคนได้ T_T รู้สึกโชคดีที่มาแต่เช้า ไม่งั้นคงเสียใจที่ไม่ซื้อตั๋วมาตั้งแต่สถานีรถไฟ

GOPR6092

ออกจากบ้านของรูเบนเราก็เดินต่อไปยัง Cathedral of Our Lady Antwerp  ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำเมือง

P4171197

P4171204

ภายในโบสถ์ประกอบไปด้วยงานของรูเบนหลายชิ้น โดยผลงานเด่นๆคือ The Raising of the Cross (รูปบน) และ The Descent from the Cross  (รูปล่าง)

P4171200

นอกจากนั้นยังมี Assumption of the Virgin Mary  ที่อยู่ตรง Altar อีกด้วย

แต่ยังไงก็ยังชอบ Version ของ Titian ที่อยู่ที่เวนิสมากกว่าอยู่ดี

P4171218

ออกจากโบสถ์เราก็กลับมาที่สถานีรถไฟ เพื่อเอากระเป๋าเดินทางและขึ้นรถไฟต่อไปยัง Brussels

P4171224

เป้าหมายของเราคือสถานี Brussels Central ที่อยู่ใจกลางเมือง

P4171257

หน้าสถานี Central ถึงแม้จะไม่สวยเท่า Antwerp แต่ก็ดูน่าสนใจทีเดียว

P4171227

ถึงตอนนี้เราโคตรหิว วางแผนไว้ว่าจะไปทานหอยแมงภู่อบหม้อดินที่เค้าว่ากันว่าอร่อย ร้านที่มีคนแนะนำมาคือ Chez Leon

P4171226

ราคาก็ประมาณนี้ เป็นเมนู Mussels & Fries ซึ่งเป็นอาหารยอดฮิตของนักท่องเที่ยว เพราะรวมอาหารขึ้นชื่อทั้งสองชนิดของเบลเยี่ยมเข้าไว้ด้วยกัน

ถ้าเดินไปตามซอกซอยร้านอาหาร แล้วเจอป้ายโฆษณาว่า อาหารแบบนี้ราคาแค่ 10 12 ยูโร จงอย่าเข้าไปร้านพวกนั้นเด็ดขาด มันเป็นร้านหลอกหากินกับนักท่องเที่ยวและก็มีอยู่เพียบเลยซะด้วย แนะนำให้กินกับร้านที่มีคนแนะนำมาเท่านั้นนะ

P4171233 P4171231

พออาหารมา เราก็ซัดอย่างรวดเร็วด้วยความหิว อร่อยใช้ได้ เรียกว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับบ้านเราเลย

P4171240

พออิ่มได้ที่ ก็ต้องรีบทำเวลา ตรงไปยัง Grand Palace ทันที

P4171254

จากนั้นก็ไปดูเจ้า Manneken Pis ที่คงไม่มีใครพลาด ถ้ามาถึง Brussels แล้ว

GOPR6114

ไม่เคยขาดแคลนนักท่องเที่ยวเลย เจ้าเด็กนี่ถ้ามันมีชีวิตจิตใจมันคงอายเหมือนกัน ที่มีคนรุมดูรุมถ่ายรูปตลอดวัน

GOPR6117

จากนั้นเราก็ชีพจรลงเท้ากันต่อ ด้วยการขึ้นรถไฟจาก Brussels Central ไปที่ Brussels Midi และต่อรถไฟความเร็วสูง Thalys ของฝรั่งเศส เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้ นั่นก็คือ Amsterdam

GOPR6119

พอมาถึง Amsterdam เราก็เลือกพักที่โรงแรม iBis Amsterdam Centre ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟ ประหยัดพลังงานไปได้เยอะ ตอนแรกเราเปรียบเทียบระหว่างนอน Hostel กับที่นี่ แต่พบว่าราคาเกือบเท่ากัน เลยทำให้ตัดสินใจเลือกได้ไม่ยาก

ครั้งนี้เราโชคดีที่ได้ห้องสำหรับคนพิการ ทำให้ห้องมันใหญ่โตมโหราฬมากๆ ต่างจากห้องที่พักมาในเมืองก่อนหน้านี้ ที่จะเล็กๆ ขนาดพอดีตัว  โดยเราจะอยู่ที่นี่เป็นเวลา 3 คืน

พรุ่งนี้เรามีโปรแกรมไปดูพิพิธภัณฑ์ระดับโลกถึง 2 ที่ ขอนอนเอาแรงก่อนล่ะ

Advertisements

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s