EUROPE 2015 : BRUGES, BELGIUM

เนื่องจากเราพักโรงแรมติดกับสถานีรถไฟที่ COLOGNE เราจึงวางแผนเดินทางไป BRUGES เอาไว้ค่อนข้างเช้า โดยการเดินทางจะเริ่มจากการขึ้นรถ ICE ไปยังสถานี Brussels-Midi เสียก่อน แล้วต่อรถไฟ IC ไปที่ BRUGES

การนั่งรถไฟ ICE ในช่วงแรกไม่มีปัญหาอะไร รวดเร็วและสบาย แต่แล้วพอเราไปต่อรถไฟ IC นี่แหละ ก็เจอกับ..

GOPR6007

พระเจ้าช่วย รถไฟมันแน่นมากกกกกกกกกกกกกก ถึงกับมีคนขึ้นรถไฟไม่ได้เพราะมันล้นออกนอกประตูไปแล้ว  เราก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือสภาพปรกติหรือเปล่า หรือมันมีอะไรพิเศษกันแน่ แต่ที่แน่ๆ เราเลยต้องยืนบนรถไฟปลากระป๋อง 1 ชั่วโมงเต็ม

P4150686

พอไปถึง Bruges ซึ่งเป็นเมืองที่ City Center อยู่คนละที่กับสถานีรถไฟ เราก็เดินทางไปฝากของไว้ที่ที่พักก่อนเป็นอันดับแรก โดย Hostel ที่จองไว้วันนี้คือ Lybeer Travellers’ Hostel ซึ่งอยู่ใกล้ๆ City Center

GOPR6063

ที่ Hostel นี้ไม่มีลิฟท์ และบันไดขึ้นลงแคบมาก ..  ข่าวร้ายคือเราได้ห้องพักชั้น 3  แปลว่าต้องถือกระเป๋าขึ้นสองรอบ แต่พอแบกกระเป๋าขึ้นมาแล้ว มาเจอว่าห้องเราจริงๆแล้วอยู่ชั้น 3 ครึ่ง .. มันเป็นชั้นยกระดับต่อไปอีก ทำให้ต้องแบกกระเป๋าเดินทางขึ้นอีกครึ่งชั้น  ดีนะที่กระเป๋าไม่ได้หนักมาก ไม่งั้นอาจจะสิ้นใจตายก่อน

GOPR6067

ที่พักมี Wifi ให้ใช้และตัวสัญญาณทั่วถึงดี ด้านล่างมีห้อง Common Room ขนาดใหญ่ พร้อมครัวอยู่ด้านหลัง แต่ไม่มีอาหารเช้าให้

P4150937

ตอนไปถึงไม่ได้ถ่ายรูปหน้าโรงแรมไว้ อันนี้กลับมาถ่ายตอนกลางคืน

P4150686

พอเก็บของเสร็จ ก็ไม่รอช้า ออกเดินเที่ยวกันเลย แต่เอ๊ะ .. ต้องหาซื้อซิมการ์ดก่อน ถ้าจำไม่ผิดซื้อยี่ห้อ Base  ราคา 10 ยูโร ได้ 3G รวม 1 GB จัดว่าไม่ค่อยแพง

ที่เราคิดว่าเมืองนี้จะเป็นเมืองเล็กๆเงียบสงบ ก็เพราะเมืองนี้ต่อต้านร้านอาหารแฟรนไชด์อย่างมาก อย่าง McDonald’s ก็พึ่งได้เปิดสาขาที่ Bruges เมื่อเดือนธันวาคมปี 2014 เอง  แต่พอได้มาเห็นสถาพเมืองกับตาตัวเอง ก็คิดว่านี่มันไม่ใช่แล้ว ถ้าคนเยอะและวุ่นวายขนาดนี้ ยอมให้มีทุกยี่ห้อเลยดีกว่ามั้ย คือไม่รู้จะต่อต้านไปเพื่ออะไร

P4150693

เห็นรูปขนาดของมวลมหานักท่องเที่ยวหรือเปล่าว่ามันเยอะขนาดไหน ได้ข่าวว่าไป Heidelberg กับ Cologne ยังไม่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นขนาดนี้เลยนะ

P4150713

เมื่อเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นกรุ๊ปทัวร์จำนวนมหาศาลขนาดนั้น พวกเราจึงถอดใจและพากันเดินหลบไปเก็บภาพมุมมหาชนเงียบๆกันก่อนดีกว่า แต่สภาพของต้นไม้ที่มุมมหาชนตอนนี้แห้งเหี่ยวสุดๆ ไม่เหลือความสวยงามเลยแม้แต่น้อย

เมื่อผิดหวังจากมุมมหาชนแล้ว ก็ต้องมุ่งหน้าสู่จุดหมายถัดไป นั่นก็คือ Church of Our Lady Bruges ที่มีผลงานศิลปะชิ้นสำคัญอยู่

ระหว่างทางจะมีมุมถ่ายรูปทางด้านหลังโบสถ์ ตรงสะพานข้ามคลองเล็กๆ ใกล้ๆกับ Gruuthusemuseum

P4150781

ภายในโบสถ์นี้มีงานสำคัญอยู่สองชิ้น อันแรกคือรูปแกะสลักหินอ่อน Madonna and Child ของ Michelangelo ซึ่งเป็นผลงานที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากรูปแกะสลัก Pieta ที่ตั้งอยู่ในมหาวิหาร St. Peter ที่กรุงโรมเพียงเล็กน้อย  ถือเป็นงานศิลปะชิ้นสำคัญที่มาซ่อนอยู่ในเมืองห่างไกล และดูเหมือนนักท่องเที่ยวจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ด้วย

Credit รูปจาก http://www.trabel.com/brugge/bruges-ourlady.htm

งานชิ้นที่สองเป็นโลงศพของ  Charles the Bold ผู้ซึ่งเป็น Duke of Burgundy คนสุดท้ายของตระกูล และ duchess Mary  ลูกสาวที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากการตกจากหลังม้า  น่าเสียดายที่งานทั้งสองชิ้นอยู่ในช่วงซ่อมบำรุงและไม่เปิดให้เข้าชม

P4150868

พอบ่ายแก่ๆเราก็เดินย้อนกลับเข้าเมืองไปยัง Basilica of the Holy Blood เพื่อเข้าไปดูโบสถ์ข้างใน ที่มีคนบอกว่าสวย

P4150837

ด้านในมีสองชั้น ชั้นล่างเป็นโบสถ์แบบ Romanesque และด้านบนเป็นโบสถ์แบบ Gothic โดยที่โบสถ์นี้มี Relic ชิ้นสำคัญที่เป็นขวดแก้วขนาดเล็กที่ใช้บรรจุของเหลว ภาษาอังกฤษเรียกว่า ‘Vial’ ส่วนที่มันสำคัญก็เพราะเค้าเชื่อกันว่าของเหลวที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วนั้นเป็นเลือดของพระเยซู

Credit รูปจาก Wikipedia

เอาจริงๆ เค้าก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเลือดของพระเยซูจริงหรือไม่ เพราะไม่มีบันทึกหรือเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลย และตัวขวดแก้วอันนี้ ก็ไม่เคยถูกเปิดนับจากวันที่ถูกนำมาไว้ที่นี่ซึ่งก็ย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12 นู่น

คนที่อยากเข้าไปดูตัวขวดแก้วอันนี้จะต้องไปต่อแถว แล้วบาทหลวงเค้าจะเรียกเข้าไปทีละคนสองคน ให้เอามือแตะที่ตู้กระจกสี่เหลี่ยม ที่บรรจุเจ้า Vial อันนี้ไว้ จากนั้นบาทหลวงก็จะสวดอะไรสักอย่าง แล้วเราก็เอามือออกได้ พร้อมกับหยอดเงินบริจาคที่่กล่องข้างๆ ตอนเราไปดู ไม่ได้คิดว่ามันจะมีให้บริจาคด้วย และเศษเหรียญก็ใช้จนเกือบหมดแล้ว  พอเค้าให้บริจาค ควักกระเป๋าออกมามีเหรียญ 1 กับ 5 cent แค่นั้นเอง (เทียบเป็นเงินไทยก็ 1 กับ 5 สตางค์) เลยรีบหยอดรีบลงดีกว่า -__-”

จากนั้นเราก็เดินเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปตามทาง บริเวณที่เราเดินไป มันอยู่เลย  City Center มาประมาณแค่ 1 ช่วงตึก แต่นึกว่าเมืองร้าง

มีคุณลุงจูงหมาแก่พอกันออกมาเดินเล่น แล้วก็ยืนคุยกับคนที่ผ่านไปมาแถวนั้นอย่างคุ้นเคย เหมือนว่าชีวิตคนท้องถิ่นจะเริ่มตอนเย็นๆ ช่วงที่ฝูงนักท่องเที่ยวเริ่มออกจากเมืองนี้ไปที่อื่นกันแล้วยังไงยังงั้น

P4150803

ค่ำนี้เราได้จองร้านอาหารเอาไว้ตอน 2 ทุ่ม  อีกนานกว่าจะถึงเวลา เราเลยเดินกลับโรงแรม พร้อมกับหาอะไรกินรองท้องไปด้วย

P4150812

ระหว่างทางก็แวะไปกินโยเกิร์ตที่ร้าน Moochie ซึ่งเป็นร้านแฟรนไชด์ที่มีอยู่ในเมืองหลักๆของเบลเยี่ยม มีโยเกิร์ตค่อนข้างหลากหลาย พร้อม Topping ผลไม้น่าอร่อยมากมาย

ใกล้เวลานัดเราก็ออกจากโรงแรม และเดินไปยังร้าน Park Restaurant  ซึ่งเป็นร้านอาหารอันดับหนึ่งของ Bruges ในเวบ TripAdvisor จากที่ลองดูแล้ว คุณภาพอาหารไม่ผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้อร่อยคุ้มค่าหรอก ถ้ากลับไปเมืองไทยนี่ราคานี้ไปกิน Sunday Brunch โรงแรมดีๆได้สบายเลย

วันที่ไปทานเหมือนจะมีคนไทยไปทานอาหารที่ร้านนี้ด้วยอีก 2 โต๊ะ แต่เค้าดูเป็นผู้ดีกินไวน์กันนะ เราแต่งตัวโคตรนักท่องเที่ยวเลย แถมยังกินแต่น้ำส้มกับโค้ก ^^”

ถ้าใครสนใจไปทานก็สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าจากเวบไซต์ของเค้าได้โดยตรง

P4150928

กินอาหารเย็นมาซะอิ่มแปล้ ระหว่างทางกลับโรงแรม ก็ต้องผ่านมุมมหาชนอีกครั้ง แต่ยังไงๆไม่สามารถถ่ายให้สวยได้ เพราะต้นไม้ก็เหี่ยว และน้ำก็ไม่นิ่งด้วย เป็นคลื่นๆถ่ายสะท้อนน้ำออกมาไม่ค่อยโอเค อีกอย่างที่ไม่สามารถถ่ายให้ดูดีได้น่าจะเพราะเรายังอ่อนด้อยเรื่องเทคนิคการถ่ายรูปกลางคืนมากกว่า คงต้องฝึกฝนกันต่อไป

เอาล่ะ ก็หมดแค่นี้สำหรับเมือง Bruges .. โดยรวมก็ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่อ่ะนะ

Advertisements

One comment

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s