EUROPE 2014 #4 : Paris, Let them eat cake

Château de Versailles

จุดหมายถัดไปคือ พระราชวังแวร์ซาย iconic ด้านความหรูหราฟุ่มเฟือย และความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดของฝรั่งเศส  ถูกสร้างโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Louis XIV)  เพื่อเป็นที่อยู่ของเหล่าชนชั้นปกครองและขุนนาง นอกจากนั้นยังเพื่อให้ Louis XIV มีความสามารถในการควบคุมและบริหารจัดการได้ดียิ่งขึ้น โดยในสมัยนั้นการปกครองของฝรั่งเศสเป็นแบบ Absolute Monarchy ซึ่งก็คือพระมหากษัตริย์มีสิทธิขาดในการปกครองประเทศ และอยู่เหนือกฎหมาย ซึ่งประเทศไทยก็เลียนแบบมาใช้งานจนถึงช่วงรัชกาลที่ 7 การเดินทางไปแวร์ซายต้องขึ้นรถไฟ RER C ปลายทาง Versailles Rive Gauche เท่านั้น ถ้าไปที่อื่นคือไม่ถึงนะ แนะนำให้ซื้อตั๋ว Return ให้เรียบร้อยก่อนจะออกจากสถานีรถไฟปลายทาง เพราะช่วงเย็นนักท่องเที่ยวก็จะกลับพร้อมๆกัน ทำให้แถวซื้อตั๋วยาวมากๆ รายละเอียดเพิ่มเติม http://en.chateauversailles.fr/homepage

RER C
RER C

จากสถานีรถไฟต้องเดินอีกราวๆ 800 เมตร (สปีดเต่าคลานแบบเราใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที) ถึงจะเข้าเขตของพระราชวังแวร์ซาย ระหว่างทางเดินก็ผ่านร้านของกิน ร้านกาแฟ ถ้าใครหิวก็ควรหาของกินให้เรียบร้อยก่อน เพราะต้องใช้เวลาข้างในอีกหลายชั่วโมง เสบียงอาหารติดกระเป๋าก็ควรเตรียมให้พร้อม จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารราคาแพงด้านใน

Louis XIV
Louis XIV

เดินมาจนเจออนุสาวรีย์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14  ก็แสดงว่า(เกือบ)ถึงแล้ว

Versailles Queue
Versailles Queue

ที่เห็นอยู่ในรูปนี่คือคิวเข้าตัวพระราชวัง สำหรับคนที่มีตั๋วพร้อมแล้ว ถ้าใครมาตัวเปล่า ก็ต้องไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อนนะ ไม่แน่ใจว่าคิวยาวแค่ไหนเหมือนกัน ประตูทองข้างหลังที่เห็นอยู่ไกลลิบคือทางเข้า คิวมันยาวขนาดว่าต้องขดถึงสามทบ

Inside Versailles
Inside Versailles

พอเข้าไปข้างในได้ก็เหมือนหลุดไปอีกโลก  สถานที่ด้านในประกอบไปด้วย Grand Apartment, French Garden, Grand Trianon และ Marie-Antoinette’s estate   ซึ่งปรกติเค้าจะบังคับให้เข้าดู Grand Apartment ก่อน จากนั้นค่อยออกไปดูอย่างอื่นซึ่งอยู่ในสวนด้านหลังทั้งสิ้น โดยถ้าเข้าสวนด้านหลังไปแล้ว จะย้อนกลับมาเข้า Grand Apartment ไม่ได้  ทำให้คนส่วนใหญ่ก็จะเข้าไปอัดกันที่ Grand Apartment ก่อน แล้วค่อยกระจายตัวออกไปชมที่อื่นๆ หรือกลับบ้าน

แผนการเข้าชมพระราชวังแวร์ซายที่ดีที่สุด ในความคิดของเราคือ  พอเข้าไปทีแรก ยังไม่ต้องดู Grand Apartment ให้เข้าไปเดินสวนด้านหลังก่อนซึ่งประกอบไปด้วย  French Garden, Grand Trianon และ Marie-Antoinette’s estate แค่นี้ก็น่าจะใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงแล้ว พอดูสามที่นี้เสร็จก็จะเย็นๆพอดี จากนั้นกลับออกมาด้านนอกแล้วต่อแถวเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ทางเข้า ควรจะแทบไม่มีแถวเลย แถมด้านใน Grand Apartment ก็คนน้อย จะทำให้สามารถเดินดูได้อย่างสบายใจสุดๆ

Chapels of Versailles
Chapels of Versailles

Chapels of Versailles ห้องที่ถูกใช้เป็นสถานที่แต่งงานระหว่าง Louis XVI of France กับ Marie-Antoinette ปัจจุบันห้ามคนเข้า ได้แต่ถ่ายรูปจากข้างนอกเท่านั้น

Hercules Salon
Hercules Salon

ภายใน Grand Apartment ประกอบด้วยห้องต่างๆมากมายและแต่ละห้องก็มีการตกแต่งที่แตกต่างกันไป ภาพด้านบนเป็นส่วนหนึ่งของเพดานห้อง “Hercules Salon”

The Hall of Mirrors
The Hall of Mirrors

และนี่คือ The Hall of Mirrors ซึ่งเป็นห้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของที่นี่ ปรกติแล้วห้องนี้จะเต็มไปด้วยผู้คน หันไปทางไหนก็มีแต่คน คน และคนเต็มไปหมด รูปนี้ต้องรอจนถึงเวลาปิดและเจ้าหน้าที่เดินมาไล่คนออกหมด ถึงจะถ่ายมาได้

Black Sheep-White Sheep
Black Sheep-White Sheep

เนื่องจากมีเวลาเพียงแค่ครึ่งวัน เราจึงตัดสินใจว่าจะดูเพียงแค่ The Queen’s Hamlet กับ Grand Apartment เท่านั้น ถ้าอยากจะดูทุกส่วนของ Versailles คงจะต้องมาตั้งแต่เช้าจรดเย็น

Marie-Antoinette's estate
Marie-Antoinette’s estate

สำหรับ The Queen’s Hamlet เป็นส่วนหนึ่งของ Marie-Antoinette’s estate พื้นที่ตรงนี้ได้ถูกจำลองเป็นกระท่อมชาวไร่ชาวนา มีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ตามคำสั่งของพระนาง Marie Antoinette เอาไว้ใช้ตอนที่เธอรู้สึกเบื่อชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยในวัง และอยากแปลงร่างเป็นชาวไร่ชาวนาเธอก็จะมาหลบตัวอยู่ตรงนี้

Queen's Hamlet
Queen’s Hamlet

วิธีการเข้าชม Queen’s Hamlet สามารถเดินมาก็ได้ จากเวบไซต์บอกว่าใช้เวลาประมาณ 30 นาที นับเริ่มจาก Grand Apartment ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า ถ้าใครคิดว่ามีเวลาและมีแรงจะลองดูก็ได้ แต่เนื่องจากเราไม่มีเวลาและไม่มีแรง จึงต้องเอาพลังเงินเข้าแลก

บริเวณด้านหลัง Grand Apartment จะมีรถไฟที่ชื่อว่า Les Petits Trains บริการรับส่ง ค่าตั๋วไปกลับหนึ่งรอบ 7.5 ยูโร ซึ่งรถไฟจะวิ่งจาก Grand Apartment และจะจอดอีกสามป้ายที่ Grand Trianon, Petit Trianon และที่ Grand Canal สามารถลงและขึ้นคันใหม่ได้ตามใจ แนวประมาณ Hop on – Hop off

เราขึ้นรถไฟอันนี้ไปลงที่ Petit Trianon แล้วเดินต่อไปที่ The Queen’s Hamlet ได้ในเวลาประมาณสิบนาที  ขากลับก็มาขึ้นที่เดิม เห็นระยะทางแล้วรู้สึกว่าคิดถูก ที่ไม่บ้าเดินมาด้วยขาตัวเอง

สำหรับการพาเที่ยวพระราชวังแวร์ซายก็คงต้องจบลงเท่านี้ ทั้งๆที่ใช้เวลาอยู่ที่นี่กว่า 5 ชั่วโมง แต่เหมือนได้ดูเพียงแค่เศษเสี้ยวของสถานที่ทั้งหมด หวังว่าชีวิตนี้คงมีโอกาสได้กลับมาเดินชิลใน French Garden และดูโชว์น้ำพุสักครั้ง

Advertisements

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s