EUROPe in REWiND #6 – Salzburg

 จากมิวนิค ก็ขึ้นรถไฟไปจุดหมายถัดไป ซึ่งอยู่ในประเทศออสเตรีย
ระหว่างนั่งรถไฟ  จะเล่าถึงรายละเอียดของตั๋ว EURail ให้ฟัง
ตั๋วนี้ อนุญาติให้เราขึ้นรถไฟภายในประเทศที่เราเลือก ได้ไม่จำกัดเที่ยวในหนึ่งวัน
ทีนี้ ราคามันก็จะขึ้นกับว่าเราซื้อกี่วันและกี่ประเทศ
เช่น ถ้าเทียบราคาของตั๋ว 2 ประเทศ แบบ 5 วัน 2nd class
ออสเตรีย-ฮังการี = 265 $
ออสเตรีย-เยอรมัน = 321$
จะเห็นได้ว่าราคาตั๋วขึ้นกับว่าเลือกประเทศคู่ไหน
ส่วนราคาตั๋ว 3,4,5 ประเทศ  แบบ 5 วัน อันนี้มีแต่ 1st class
3 ประเทศใดๆ  = 417$
4 ประเทศใดๆ  = 467 $
5 ประเทศใดๆ  = 513 $
 3,4,5 ประเทศ นี่เลือกอะไรก็ได้ ราคาเท่ากันหมด
 ราคาตั๋ว EURail นี่แพงนรกแตก และเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่อีกก้อน ในการเที่ยวยุโรปเลยล่ะ
คิดง่ายๆ 3 ประเทศ 5 วัน 417$ = 13,000 บาทเข้าไปแล้ว
เพราะฉนั้นก่อนจะไปเที่ยว ควรจะคิดวางแผนการเดินทางให้รอบคอบ
ว่ามีการเดินทางด้วยรถไฟมากน้อยขนาดไหน แล้วราคาตั๋วเป็นเที่ยวๆมันเท่าไหร่ ถ้าเราซื้อล่วงหน้าก็จะได้ลดราคาเยอะอยู่
พอรวมๆทั้งหมดแล้ว เทียบกับซื้อ EURail อะไรคุ้มกว่ากัน แล้วค่อยตัดสินใจ
ข้อดีของ EURail คือขึ้นรถเที่ยวไหนก็ได้ เพราะฉนั้นถ้าตกรถเที่ยวที่ตั้งใจ ก็ขึ้นอันอื่นได้ ไม่เสียเงิน
ทำให้คนส่วนใหญ่ จะยอมซื้อตั๋วนี้ เพราะมี Flexibility ในการเดินทาง
การซื้อตั๋ว EURail ใช้บัตรเครดิตได้ กดซื้อ online ไม่ยากเย็น
เลือก option ซื้อ insurance ป้องกันตั๋วหายด้วยก็ดี เกิดโดนล้วงกระเป๋าไป จะได้ไม่เสียหายซ้ำซ้อน
ถ้าเกิดตั๋วหาย เราจะต้องซื้อตั๋วรถไฟเองไปก่อน
แล้วพอกลับถึงบ้าน ก็เอาตั๋วที่ซื้อทั้งหมด ส่งไปให้ทาง EURail พร้อมกับตั๋วเครื่องบินตั๋วจริง
จากนั้นเค้าจะพิจารณาคืนเงินที่เราใช้ไปให้ ไม่เกินอัตราส่วนค่าตั๋วและจำนวนวัน
เช่น ซื้อ 5 วัน 500 $ แล้วใช้ไป 2 วัน หาย
อีกสามวัน เค้าจะจ่ายให้เราในจำนวนที่น้อยกว่าโดยเทียบระหว่าง
1. สัดส่วนของค่าตั๋วที่เหลือ ในกรณีนี้คือ 300$
2. การใช้งานจริง
เช่นถ้าเราใช้รถไฟอีก 3 วัน แต่ซื้อตั๋วไปรวมแค่ 250$ เค้าก็จะชดใช้ให้ 250$
แต่ถ้าเราใช้ไป 350$ เค้าก็จะคืนให้ 300$
ถ้าเราไม่ได้ซื้อประกันไว้ ที่เหลือจ่ายเอง ก็คิดดูละกัน ว่าอ่วมขนาดไหน
ทีนี้ หลังจากกดซื้อแล้ว เค้าจะส่งตั๋วมา จากสิงคโปร์ สามวันก็ถึงละ รวดเร็วมาก
ส่วนการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องใช้ติดกัน คือใช้วันเว้นวันได้
แต่ก่อนจะใช้งาน ต้องเขียนวันที่ลงในตั๋วให้เรียบร้อย ก่อนพนักงานเค้ามาตรวจ ไม่เช่นนั้นจะโดนปรับ 200 Euro นะ
ป้องกันกรณีคนไม่ยอมเขียน ถ้าไม่โดนตรวจตั๋ว จะได้ขึ้นฟรี ไม่เสียวัน อะไรงี้ เพราะฉนั้นอย่าทำเลย
โดนปรับแล้วจะเสียมากกว่าได้
ทีนี้ ไม่ใช่ว่ามีตั๋ว EURail แล้วจะนั่งที่ไหนก็ได้
เราแค่มีสิทธิขึ้น แต่ต้องนั่งเก้าอี้ ที่ไม่มีคนจองเท่านั้น
ถ้าเก้าอี้ไหนมีคนจอง เค้าจะมีป้ายบอก
ส่วน Last-Minute-Res นี่แปลว่า อาจจะมีคนจองหรือไม่ก็ได้ ก็เสี่ยงดวงเอา
ถ้าเกิดมีคนเดินมาบอกว่าเค้าจองไว้นะ เราก็ต้องลุกให้
ส่วนถ้าอยากจองที่ ก็ทำได้ที่ Ticket Office แต่ต้องเสียเงินเพิ่ม
วันนี้เราขึ้น RJ (RailJet) ซึ่งเป็นรถไฟวิ่งจาก Munich ไปถึง Hungary
แต่เรานั่งแค่จาก Munich – Salzburg ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง
เรามาถึง Salzburg กันตั้งแต่ 9 โมงเช้า
เราพักกันที่ Ramada Hotel Salzburg City Centre
โรงแรมเดินสิบก้าว จากสถานีรถไฟ Salzburg HBF สะดวกโคตร
ห้องพักสะดวกสบาย
มีน้ำเปล่าแบบแก๊สให้กินฟรีแต่ไม่ได้กิน ไม่คุ้นเท่าไหร่
กินน้ำก๊อกเอาดีกว่า
พอเก็บของเสร็จ ก็ออกเดินทางกันได้เลย
ป้ายรถเมล์ ก็อยู่หน้าโรงแรมนั่นแหละ
สวรรค์ของ backpacker แท้ๆ โรงแรมนี้
จุดหมายแรกคือ Mirabell Garden
ซึ่งอยู่ที่สถานี Mirabellplatz
มาคราวนี้ดอกไม้กำลังสวยเลย ต่างกับครั้งก่อนมาก
คนยังไม่เยอะ เพราะยังเช้าอยู่
ไม่ได้เจอกันสามปี หน้าตายังหล่อเหมือนเดิมนะเรา
น้ำพุของ Mirabell Palace
เพกาซัสยืนเด่นเป็นสง่า
อุโมงค์ไม้เลื้อยที่ไม่มีคนสนใจ
ดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสวยงาม
มุมเด็ดของ Mirabell Gargen ที่มองไปเห็น Hohelsalzburg พอดี
น้ำพุกลางสวน Mirabell
ออกจาก Mirabell Gargen มาด้านหลัง
แล้วเดินข้ามสะพาน Makartsteg เพื่อเข้าสู่เขตเมืองเก่า
บนสะพานก็มีพวงกุญแจคู่รักเต็มไปหมด
ก่อนที่จะลุยเขตเมืองเก่า พวกเราก็พักเติมพลังกันที่ร้านนี้
เป็นร้านอาหารพื้นๆ ขายของกินง่ายๆ
ทุกคนคงรู้ว่านี่คือ Fish & Chip สุดเบสิก
ในเขตเมืองเก่า ร้านอาหารมีน้อย และแพง
บ่ายวันนี้เราจะลุยเขตเมืองเก่าทั้งหมดของ Salzburg
เกร็ดความรู้สำหรับตอนนี้เกี่ยวกับเรื่อง 3G Sim
สำหรับประเทศออสเตรีย ซื้อ Prepaid Sim ได้ที่ Post Office
และพอดิบพอดี ตรงหน้าสถานที Salzburg HBF ก็มี Post Office ตั้งอยู่
ชีวิตเลยง่ายสุดๆ ซิมนี้เป็นของค่าย A1 ซึ่งก็เหมือนจะเป็นค่ายยอดฮิตของที่นี่
ราคาซิม 9.9 Euro ใช้ 3G ได้ 1 GB .. เยอะจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร

 

นอกจาก Sim 3G แล้วก็มีเรื่อง Salzburg Card
บัตรเบ่ง สำหรับเที่ยวในเมืองนี้
เหมือนเดิม เข้าฟรี ขึ้นรถฟรี (เกือบหมด แต่สำหรับนักท่องเที่ยว แค่เท่าที่ขึ้นได้ก็เกินพอ)
มีแบบ 24, 48 และ 72 ชั่วโมง ก็เลือกเอาตามที่จะใช้
บัตรนี้ซื้อได้ตามร้านขายของชำ เราซื้อจากร้านตรงสถานี HBF เลย เรียกว่าปิดดีลทุกอย่าง ก่อนพุ่งออกจากสถานี
ด้วยบัตรใบนี้ เราจะเข้าที่เที่ยวหลักๆได้ทั้งหมด เรียกว่า Fix Cost ของการท่องเที่ยวเมืองนี้ได้ 100 %
จากร้านอาหารกลางวัน ข้ามถนนมาและเดินต่ออีกนิดนึง ก็มาถึงถนนคนเดินหลักของเมืองชื่อ Getreidegasse 
สุดของถนนนี้ด้านนึง จะอยู่ใกล้ๆ Karajan-Platz ซึ่งก็จะเป็นที่ตั้งของ Pferdeschwemme
ประมาณว่าเป็นอนุสาวรีย์ม้า มีรูปม้าที่สำคัญๆอยู่ด้านหลังด้วย
บริเวณช่วงกลางๆของถนนจะมีบ้านของกวีเอกของโลก Wolfgang Amadeus Mozart
ระหว่างอ่าน blog ขอแนะนำให้เปิดผลงานของโมซาร์ทฟังไปด้วย เช่น
 เพื่อให้ซาบซึ้งตรึงใจยิ่งขึ้น
แต่จริงๆแล้วตรงนี้เป็นบ้านของพ่อเค้า ซึ่งโมซาร์ทอาศัยอยู่ในตอนเด็ก
ส่วนบ้านของโมซาร์ทจริงๆ อยู่อีกที่หนึ่ง
สุดถนนอีกด้านหนึ่ง ก็จะเป็น  Mozartplatz ซึ่งมี Mozart Monument ตั้งอยู่
แม้โมซาร์ทเอง จะเสียชีวิตเมื่อมีอายุเพียง 35 ปี
แต่เค้าก็ได้ฝากผลงานเอกไว้หลายชิ้น นอกจากนั้นยังทำให้ชาวเมือง Salzburg เอาตัวเค้าไปขายได้อีกชั่วนิรันดร์
ตุ๊กตาโมซาร์ท ข้างหลังมีพวงกุญแจคู่รักขายด้วย
ส่วนอันนี้เป็นชอคโกแลตโมซาร์ทที่ไม่อร่อยเอาเสียเลย
อันนี้โมซาร์ทกำลังไล่คนจรจัด ให้ไปจากหน้าบ้านของเค้า
ส่วนนี้ดูเหมือนจะเป็นโมซาร์ทแสดงมายากลลอยตัว
ถัดจาก Mozartplatz ก็จะเป็น Residenzplatz ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Residenzbrunnen (Residence Fountain) ที่เป็นน้ำพุสไตล์ Baroque ตกแต่งด้วยหินอ่อนแกะสลักโดยศิลปินชาวอิตาเลียน
อีกด้านของ Square จะเป็น Salzburg Residence ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้ปกครองเมือง
ถัดมาจะเป็น Domplatz ที่ตั้งของ Salzburger Dom (Salzburg Cathedral) และ Marienstatue
ข้างใน Cathedral ตกแต่งด้วยศิลปะแบบ Baroque
ส่วน Dome สวยแท้
เดินมาอีกนิดก็เป็น Kapitelplatz ซึ่งมี Kapitelschwemme (Chapter Fountain) และ Sphaera
Sphaera เป็น Art Project ของ Stephan Balkenhol ก็ดูแปลกตาดี
วันนี้ตัวหมากรุกโดนล่ามโซ่ คงไม่ใช่ช่วงที่เค้าเปิดให้เล่น
Chapter Fountain มีน้ำตกอยู่สามขั้น
ถัดจาก Kapitelplatz มาก็เป็นสถานีรถราง สำหรับขึ้นไป Hohensalzburg Castle
สำหรับคนมีบัตรเบ่งก็จะได้สิทธิ์เข้า Fast Track ด้วย
วิวของ Salzburg จากจุดชมวิว
และวิวแบบ Panorama ของ Salzburg จากข้างบนของหอคอยใน Hohensalzburg
ข้างในปราสาท มีการจัดแสดงหลายส่วนคือ
Fortress museum, Rainer Regiments Museum และ Marionette museum
โดยที่ทุกส่วนสามารถเข้าดูได้เลย เพราะเรามี Salzburg Card
สำหรับอันนี้คือ Pietà (Coat of Peace) ผลงานของ Anna Chromý 
ตั้งอยู่ด้านข้าง Salzburg Cathedral ด้านที่ติดกับ  Kapitelplatz
ฉันเมื่อยจัง ขอหนุนหน่อยนะ
ระหว่างทางเจอน้องหมาสีขาว ขนเหมือนสิงโตสองตัว น่าฟัดมากกกกกก
 ก่อนกลับที่พักก็แวะซื้อผลไม้จากซูเปอร์มาเกตสักหน่อย เชอรี่ทั้งอร่อยทั้งถูก สวรรค์แท้ๆ
ส่วน Old Town ของ Salzburg นี่มีสถานที่ให้ดูเยอะจริงๆ พวกเราใช้เวลาตั้งแต่บ่ายโมงจนถึง 6 โมงเย็น
ก็ยังดูแทบไม่ทัน ทำให้ต้องย้อนกลับมาเก็บตกในวันรุ่งขึ้นอีกรอบ
สำหรับการลุยสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง Salzburg ก็จบลงที่ตรงนี้
พรุ่งนี้เราจะออกไปนอกเมืองกันบ้าง

 

Advertisements

Submit a comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s