ทุกวันนี้ถ้าจะกล่าวถึงหูฟังที่มีคุณภาพดีสำหรับนักฟังเพลง ที่เป็นแบบ IEM (In-Ear Monitors) แล้วก็จะมี 4 ตัว โดยใช้ข้อมูลจาก
การเข้าไปเยี่ยมชมเวบรวม Geek ของหูฟัง ที่ TAF (www.taf.in.th) หรือ Thai-Audiophile Forum
โดยมี List ดังนี้
1. Westone UM3X
2. Westone W3
3. Ultimate Ears TripleFi 10
4. Shure SE530 (PTH)
Westone UM3X ก็อยู่ในมือเราแล้ว และในวันนี้ก็ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของหูฟังอีกหนึ่งตัวใน List นี้ ซึ่งก็คือ Shure SE530PTH
ซึ่งเป็นรุ่นที่เค้าว่าเหมาะสมจะใช้ฟังเพลง Rock มากกว่า Westone UM3X
ในตัวหีบห่อของ SE530 นี่ให้ของมามากว่า UM3X พอสมควร ซึ่งมีรายการของดังนี้
- โฟมดำ 3 ขนาด โดยมีขนาดกลาง 2 ชุด จุกยาง 3 ชั้น และจุกยางนิ่มๆ 3 ขนาด
- สาย Extension cord 2 เส้น มีแบบสั้นกับแบบยาว
- ตัวปรับระดับเสียง
- ไม้ทำความสะอาดหูฟัง
- Jack สำหรับต่อกับเครื่องเสียง และ สำหรับต่อกับที่เสียบหูฟังบนเครื่องบิน
ดูเอาจากรูปของเวบ earphone solution ก็แล้วกัน มีครบเลย

ทีนี้ก็มาถึงคุณภาพเสียงกันบ้าง
เสียงสูง(ฉาบ กีตาร์) – ชัดเจนแจ่มแจ้ง บาดหู
เสียงกลาง(กลอง เสียงร้อง) – ชัดเจน เสียงแข็ง ไม่นิ่มนวล
เสียงต่ำ(เบส กลองกระเดื่อง) – ไม่ค่อยมี ต้องเปิดเสียงดัง ถึงจะได้ยิน แต่นั่นทำให้หูแทบพัง เพราะเสียงสูงมันก็จะดังจนทำให้เราทรมานมาก
Stage(ความกว้างของเสียง) – เทียบกับ UM3X แล้วแคบกว่า
Blend(ความเข้ากันของเสียงดนตรี) – เสียงดนตรีปนกันจนฟังไม่ค่อยออกว่าอะไรอยู่ตรงไหน ยกเว้นที่ชัดจริงๆ
เรื่องของ Blend ก็ตรงนี้ต้องบอกให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าเสียงปนกันแล้วไม่ดี เหมือนกับเรามองภาพถ่าย เราคงไม่มองเป็นชิ้นๆ ว่าแต่ละส่วนของภาพชัดเจน สวยงามทุกชิ้น แต่เรามอง composition ของภาพว่าของทุกชิ้นรวมออกมาเป็นภาพหนึ่งภาพแล้วสวยมั้ย ถึงแม้จะมีภาพที่ทุกส่วนของภาพชัด แต่มองรวมๆแล้วไม่สวย ภาพนั้นก็ไม่สวย เปรียบเทียบกับเพลงก็เหมือนดนตรีชัดทุกชิ้น แต่ไม่ได้เล่นเป็นเพลง หรือ จะฟังได้เพราะต่อเมื่อเสียงเพลงมันรวมกันแล้วเท่านั้น ทำให้การฟังแยกชิ้นไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
Build Quality(คุณภาพวัสดุ) – ดีมาก หูฟังทำมาได้ทนทาน สวยงาม ดูมีระดับ แต่ก็มีข้อเสียที่รู้กันดีคือสายที่จะแข็งและหัก ในอีกไม่เกินสองปี เนื่องจากเหงื่อและไขมันที่ซึมซับจากหลังใบหูของเรา

PTH(Push-To-Hear) – คืออุปกรณ์ที่ช่วยทำตัวเป็นไมโครโฟน ทำให้เราไม่ต้องถอดหูฟังออกเวลาจะคุยกับคนอื่น ดูจากขนาดแล้วไม่เหมาะสำหรับการพกพา ก็ใช้สำหรับเวลาทำงานนั่งโต๊ะแล้วฟังเพลงไปด้วยถือว่าคุ้มค่า แต่ถ้าไม่ใช่คนชอบฟังเพลงไปพร้อมกับทำงาน หรือ ต้องทำงานแบบเดินไปเดินมาตลอดวัน ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ เสียเงินเปล่า

Level of Comfort – คือความสบายในการสวมใส่หูฟังต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่งๆ ในที่นี้เราพูดถึงการฟังเพลง 2 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน โดยไม่ถอดหูฟังเลย หูฟังส่วนมาก เมื่อมีการใช้งานต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน จะทำให้เจ็บหูหรือใบหู ขึ้นกับชนิดของหูฟัง สำหรับ SE530 นี้ ในสามวันแรก ข้าพเจ้าใช้โฟมดำขนาดกลาง ใส่แล้วกลับมาบ้านปวดหัวทุกวัน แสดงว่าโฟมที่ใช้นั้นไม่เหมาะสม พอวันหลังเลยเปลี่ยนเป็นโฟมดำขนาดเล็ก ก็หายปวด แต่โดยรวมแล้ว SE530 เมื่อใช้โฟมที่เหมาะสม จะสามารถทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่ทำให้หูเจ็บหรือล้า
Overall – สำหรับคนชอบฟังเสียงสูง นี่คือหูฟังสำหรับคุณ คุณจะได้ยินเสียงเบสเพียงเล็กน้อย แต่เสียงร้องและเสียงกีตาร์จะแผดเข้าไปในหูของคุณเต็มที่ แบบไม่มีการออมมือ เสียงกลองจะกระแทกสมองคุณจนมันบิดเบี้ยวเลยทีเดียว
What for? – แนวที่เหมาะสม Classic – Pop – Rock
Personal Comment – สำหรับ Sleeves (โฟมดำ) ที่ให้มานั้น พบว่าใส่แล้ว Seal เสียงจากภายนอกได้ไม่หมด แต่นี่คงไม่ได้เป็นกับทุกคน เพราะสรีระของใบหูแต่ละคนต่างกัน ทำให้ข้าพเจ้าต้องใช้ Comply Foam แทน ซึ่งจะทำให้ Seal เสียงภายนอกได้หมด และใส่สบาย รู้สึกพอดีกับใบหูมากกว่า นอกจากนั้นยังทำให้ได้เสียง Deep Bass มากขึ้นด้วย
Value – ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ค่อนข้างซีเรียสเรื่องเสียงเพลง ต้องการฟังเพลงให้ได้เสียงถึงสุดขีดถึงจะมีความสุข ก็ใช้หูฟังกระป๋องต่อไปเถอะ แต่ต้องบอกก่อนนะว่า บางคนอ้างว่าที่ไม่ซื้อหูฟังราคาแพงเพราะหูไม่เทพ ฟังไม่ออก นั้นไม่เป็นความจริงแม้แต่นิดเดียว ของแบบนี้ฟังออกชัดเจน ว่าของดีกับของธรรมดาต่างกันยังไง ไม่ต้องหูเทพก็ฟังออก ไม่เชื่อถามไอ้หวูดได้ ส่วนราคานั้น ตัวนี้ถ้าซื้อจาก US ก็ประมาณ 11,000 บาทครับ แล้วแต่ค่าเงินในช่วงนั้น ถ้าซื้อเอาประกัน ในเมืองไทยก็ 13,900 บาท ประกันมหาจักร 2 ปี เสียเปลี่ยนตัวใหม่
เดี๋ยวกลับมา Review Westone UM3X ต่อ ^___^
ซื้อก่อน แต่ Review ทีหลัง